Tortaharn.net

Monday, 06 September 2010

รายการ
หน้าแรก
ความฝันอันสูงสุด
วัตถุประสงค์
บทความ
ประวัติศาสตร์ทหาร
หนังสือ
รู้จักทอทหาร
ทอทหาร Facebook
ทอทหาร Twitter
ติดต่อทอทหาร
เชื่อมโยง
ค้นหา
สมุดเยี่ยม
เพื่อนบ้านน่าสนใจ
Guru-ICT.com
ทหารดอทเน็ต
ตท.26/จปร.37
ประชาสรรค์
อานันท์
เวบมาสเตอร์
แก้ไขระบบ
บุคคลออนไลน์
ขณะนี้มี 68 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
เข้าสู่ระบบ
ชื่อผู้ใช้

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อกอิน
ลืมรหัสผ่าน?
ยังไม่ได้ลงทะเบียน? ลงทะเบียนใหม่
ปฏิทิน
« มิถุนายน 2010  
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930     
เวลาปัจจุบัน
สถิติ
จำนวนสมาชิก : 5998
จำนวนข่าวสาร : 176
เว็บลิงค์: 21
ผู้เยี่ยมชม: 4229898
Syndicate
การปราบปรามการก่อความไม่สงบ - ยุทธศาสตร์การประชาสัมพันธ์ PDF พิมพ์ ส่งเมล
แก้ไขโดย ทอทหาร   
วันพุธที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ.2550


๑. สถานการณ์
           หลังจากกรณีเกิดเหตุการณ์ปล้นอาวุธของกองพันพัฒนาที่ 4 อำเภอ เจาะไอร้อง จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 4 ม.ค. 47 ที่ผ่านมา สถานการณ์การก่อความไม่สงบได้ทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ถึงแม้ว่ารัฐบาลที่ผ่านมาได้พยายามดำเนินการแก้ไขปัญหาการความก่อความไม่สงบดังกล่าวด้วยรูปแบบของการดำเนินการที่หลากหลาย แต่ปัญหาการก่อความไม่สงบยังไม่มีทางทีที่จะสงบลงได้ ส่งผลให้รัฐบาลในแต่ละสมัยต้องทุ่มเททรัพยากร เพื่อในมาใช้ในการแก้ปัญหาเป็นจำนวนมาก ซึ่งในที่นี้ยังรวมถึงทรัพยากรบุคคลที่มีการสูญเสียในอัตราที่สูง
           นอกจากนี้ยังเลยไปถึงสภาพแวดล้อมทางสังคม/จิตวิทยาของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีสภาพคุณภาพชีวิตที่มีแต่ความหวาดระแวง ความหวาดกลัว และตื่นตระหนก กับสภาพการดำรงชีวิตในแต่ละวัน โดยความไม่มีเสถียรภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นี้ยิ่งถือเป็นการตอกย้ำความรุนแรงของปัญหาการก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อีกทั้งสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้นล้วนแต่จะมีทิศทางที่มุ่งไปสู่เป้าหมายที่ทางฝ่ายที่ก่อความไม่สงบได้กำหนดไว้ เช่น ขั้นตอนสู่ความสำเร็จ 7 ประการที่มีเป้าประสงค์สุดท้ายคือการจัดตั้งการปฏิวัติและนำไปสู่การแย่งแยกดินแดนในที่สุด

๒. อุปสรรคต่อการประชาสัมพันธ์
           ๒.๑ ด้วยสภาวะแวดล้อมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความไม่มั่นคงปลอดภัย การดำเนินการที่ผ่านมายังไม่สามารถดำเนินการให้การพิทักษ์ประชาชนและทรัพยากร เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้ กลุ่มก่อความไม่สงบมีอำนาจในการควบคุมประชาชน โดยกลุ่มก่อความไม่สงบสามารถกดดัน บีบบังคับ ข่มขู่ให้ประชาชนเลือกที่จะรับหรือไม่รับ ข้อความ ข้อมูล ข่าวสาร ที่ส่งมาจากภาครัฐ ทำให้ความสามารถในการสื่อสารระหว่างรัฐกับประชาชนเป็นไปอย่างจำกัด ประชาชนในพื้นที่มีความหวาดระแวง ไม่เชื่อมั่นในอำนาจรัฐ ทำให้ข้อมูลข่าวสารที่รัฐต้องการส่งให้ถึงประชาชนถูกปฏิเสธ
           ๒.๒ ด้วยลักษณะเฉพาะของวัฒนธรรม ศาสนา ภาษา และชาติพันธุ์ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ก่อให้เกิดเป็นอุปสรรคในการสื่อสารระหว่างรัฐกับประชาชน ดังตัวอย่างเช่น การใช้ใปลิว หรือ จัดรายการวิทยุโทรทัศน์ที่เป็นรายการภาษาไทย ล้วนแต่ส่งผลให้เกิดการปฏิเสธข้อความ ข้อมูล หรือข่าวสาร ที่รัฐต้องการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบ ถึงแม้จะมีหน่วยงานหลายหน่วยงานได้จัดทำใบปลิว หรือจัดรายการเป็นภาษายาวี แต่ก็ยังมีข้อจำกัดอีกอยู่ดี เพราะวัฒนธรรมความเชื่อทางศาสนาอาจจะทำให้เกิดการปิดกั้นการรับรู้ไปโดยปริยาย ดังนั้นความแตกต่างของวัฒนธรรมและภาษา จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ส่งผลให้ ข้อความ ข้อมูล หรือข่าวสาร ที่ส่งไปจากภาครัฐไม่สามารถที่จะไปถึงผู้รับได้ การศึกษาทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ใน วัฒนธรรม จารีตประเพณี ความเชื่อ ศาสนา ฯลฯ จึงจะสามารถช่วยให้ฝ่ายรัฐสามารถหาช่องทางการส่ง ข้อความ ข้อมูล ข่าวสาร ไปยังผู้รับสารได้โดยไม่เกิดการปฏิเสธ
           ๒.๓ กลุ่มก่อความไม่สงบใช้การรณรงค์สารสนเทศ (Information Campaign) ในลักษณะของการปฏิบัติการจิตวิทยา ด้วยการโฆษณาชวนเชื่อและการสร้างข่าวลืออย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ประกอบกับลักษณะเฉพาะของสภาพความเป็นอยู่ทางสังคมของประชาชนในพื้นที่ ทำให้ข่าวสารที่ถูกบิดเบือนแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว โดยการดำเนินการแก้ไขต่อข้อมูลข่าวสารที่ถูกบิดเบือนของภาครัฐยังไม่สามารถดำเนินได้อย่างทันท่วงที
           ๒.๔ ลักษณะของการเปลี่ยนแปลงทางสภาพสังคมทำให้การรับทราบข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อสาธารณะแพร่กระจายไปอย่ารวดเร็วอย่างไม่มีข้อจำกัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ความสนใจต่อปัญหาการก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้บทบาทและท่าทีของประเทศไทยที่ปรากฏต่อประชาคมโลกถูกเฝ้าจับตามอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มประเทศมุสลิม ทำให้การแก้ปัญหาการก่อความไม่สงบในพื้นที่มีความยุ่งยากสลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้น

๓. วิสัยทัศน์
ดำเนินการประชาสัมพันธ์โดยยึดหลักการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เป็นความจริงและเกิดความสมานฉันท์ของคนในชาติ ผ่านกระบวนการประชาสัมพันธ์แบบครบวงจร เน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน อันได้แก่ ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน โดยการประชาสัมพันธ์ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจรวมไปถึงความสัมพันธ์อันดีของคนในสังคมไทยที่มีความสมานฉันท์แลเอื้ออาทรต่อกัน

๔. กรอบแนวคิดในการจัดทำยุทธศาสตร์
           ๔.๑ สร้างความเข้าใจต่อสถานการณ์ความเป็นจริงที่เกิดขึ้นต่อสังคมทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศ เพื่อสร้างความตระหนักของการอยู่ร่วมกันภายในชาติอย่างสันติสุขบนพื้นฐานของความเป็นพหุสังคม
           ๔.๒ ใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการเข้าถึงและสื่อสารกับประชาชน เพื่อเสริมสร้างสันติสุขและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
           ๔.๓ ดำเนินการประชาสัมพันธ์ที่มีรูปแบบอ่อนตัวมีความสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
           ๔.๕ ใช้ช่องทางจากสื่อสาธารณะในการสนับสนุนการแก้ไขปัญญาหาการก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
           ๔.๖ มุ่งสร้างความเข้ากับ ประชาชนในพื้นที่ ประชาชนทั่วไป และประชาคมโลก
           ๔.๗ ให้ความสำคัญกับการประเมินผลควบคู่ไปกับการประชาสัมพันธ์

๕. วัตถุประสงค์
           ๕.๑ ธำรงรักษา เผยแพร่อุดมการณ์ ความคิด ความเชื่อ และความเป็นเอกภาพของประเทศไทย บนพื้นฐานของความเป็นพหุสังคม
           ๕.๒ เสริมสร้างเสถียรภาพและบรรยากาศแห่งความสมานฉันท์อันนำไปสู่สภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมต่อความมั่นคงแห่งชาติ
           ๕.๓ ส่งเสริมความเข้าใจและความสัมพันธ์อันดีระหว่างรัฐกับประชาชน รวมไปถึงความสามัคคีของคนในชาติ
           ๕.๔ สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อันนำไปสู่การให้ความร่วมมือกับรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐ
           ๕.๕ สนับสนุนการแก้ไขปัญหาการก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
          
๖. เป้าประสงค์ที่ต้องการ
           ๖.๑ ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ช่วยเหลือ เกื้อกูลกัน มีความเข้าใจในนโยบายของรัฐ มีความเชื่อมั่นในอำนาจรัฐ และให้ความร่วมมือกับรัฐในการสร้างสันติสุข
           ๖.๒ เจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
           ๖.๓ คนในชาติมีความเข้าใจในสถานการณ์ มีความสามัคคี ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาใน จชต.มีความรู้สึกเท่าเทียมกันบนพื้นฐานพหุสังคม ทุกฝ่ายในชาติร่วมกันแก้ไขปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้
           ๖.๔ คนไทยที่พำนักอยู่นอกประเทศตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความรู้สึกเท่าเทียมกันบนพื้นฐานพหุสังคม
           ๖.๕ ประเทศเพื่อนบ้าน พันธมิตรสำคัญ และองค์กรนานาชาติมีความเข้าใจในสถานการณ์
           ๖.๖ รักษาไว้ซึ่งศักดิ์ศรี เกียรติภูมิ และภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยในประชาคมโลก

๗. ยุทธศาสตร์และแนวทาง/มาตรการ
           ๗.๑ สร้างช่องทางสื่อสาร มีมาตรการดำเนินการ ดังนี้
                      ๗.๑.๑ การสร้างเครือข่ายสื่อบุคคล เพื่อลดปัญหาการสื่อสารระหว่างรัฐกับประชาชน เพราะลักษณะเฉพาะของวัฒนธรรม ขนบธรรเนียม และความเชื่อในสังคม ของคนในพื้นที่ ทำให้เกิดการปฏิเสธข้อมูลข่าวสารที่รัฐส่งให้ประชาชนในพื้นที่
                      ๗.๑.๒ การจัดตั้งมวลชนสัมพันธ์ในพื้นที่ จชต. เพื่อใช้เป็นช่องทางในการกระจายข่าวสารที่รัฐต้องการส่งให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รับทราบ โดยการจัดกิจกรรมสัมพันธ์ในพื้นที่ต่าง ๆ นอกจากนี้ยังสามารถสอดแทรกอุดมการณ์และแนวคิดในการอยู่ร่วมกันเป็นคนไทยอย่างมีความสุข
           ๗.๒ เสริมสร้างความเข้าใจในสถานการณ์ มีมาตรการดำเนินการ ดังนี้
                      ๗.๒.๑ จัดตั้งชุดประชาสัมพันธ์และปฏิบัติการจิตวิทยาเคลื่อนที่เข้าปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อปฏิบัติการเชิงรุก ขยายผลแห่งความเข้าใจในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น
                      ๗.๒.๒ จัดตั้งชุดประชาสัมพันธ์ภาพรวมในประเทศ ทำการประชาสัมพันธ์การดำเนินงานต่าง ๆ ของรัฐบาล รวมทั้งการรณรงค์ส่งเสริมความเท่าเทียมกันและการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขบนความแตกต่างกันทางวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี และความเชื่อ ของคนไทยทุกภาค
                      ๗.๒.๓ จัดตั้งชุดประชาสัมพันธ์ต่างประเทศ เพื่อสร้างความเข้าใจและขยายผลให้ประเทศต่าง ๆ และองค์กรระหว่างประเทศมีความเข้าใจปัญหาการก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศ อันนำไปสู่การให้ความร่วมมือ และสนับสนุนการสร้างสันติสุข
           ๗.๓ เสริมสร้างขวัญและกำลังใจ จนท. มีมาตรการดำเนินการ ดังนี้
                      ๗.๓.๑ จัดตั้งโครงการบำรุงขวัญบำรุงสุขเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเป้าหมายของโครงการคือ การสร้างขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของรัฐมีความขวัญและกำลังใจที่ดีและมีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้เพราะเจ้าหน้าที่ของรัฐถือได้ว่าเป็นกลไกสำคัญหลักในการนำนโยบายของรัฐไปดำเนินการให้เกิดผล
                      ๗.๓.๒ จัดให้มีโครงการปฏิบัติราชการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ดีเด่น เพื่อยกย่องเจ้าหน้าที่ที่ตั้งใจและเสียสละในการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในการเป็นแบบอย่างที่ดี และเป็นการสร้างแรงจูงใจให้กับเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ ที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
           ๗.๔ รณรงค์เพื่อสันติสุข มีมาตรการดำเนินการ ดังนี้
                      ๗.๔.๑ จัดตั้งโครงการสานสายใยไทยทั้งชาติ เพื่อทำการรณรงค์และปลูกฝังอุดมการณ์อย่างต่อเนื่องให้ประชาชนคนไทยทั้งประเทศไม่ว่าจะเป็นในพื้นที่และนอกพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ตระหนักถึงความเป็นคนไทย มีค่านิยมแห่งชาติในการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข
                      ๗.๔.๒ จัดทำโครงการใต้พอเพียง โดยนำยุทธศาสตร์พระราชทาน “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” เป็นแนวทางในการปลูกฝังอุดมการณ์กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้มีความรักบ้านเกิด และมีวิถีการดำรงชีวิตที่มีความสอดคล้องกับขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ประเพณี และความเชื่อ อันจะนำไปสู่การลดความขัดแย้ง สร้างความรักความสามัคคี ความสมานฉันท์และความสงบสุขของประชาชน
           ๗.๕ สร้างทัศนคติที่ถูกต้อง มีมาตรการดำเนินการ ดังนี้
                      ๗.๕.๑ การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในประวัติศาสตร์ ด้วยการนำเสนอข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์ที่มีความถูกต้องผ่านกระบวนการทางวิชาการ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในข้อมูลที่นำเสนอ รวมถึงการใช้สื่อประเภทต่าง ๆ ร่วมกัน รวมถึงนำเสนออย่างเหมาะสมและในรูปแบบที่ง่ายต่อการทำความเข้าใจ
                      ๗.๕.๒ การเผยแผ่ศาสนาอิสลามที่ถูกต้อง โดยดำเนินการร่วมกันระหว่างรัฐและผู้นำทางศาสนาในพื้นที่ร่วมกันจัดทำแนวทางและดำเนินการเผยแพร่ศาสนาที่ถูกต้องไม่บิดเบือน
                      ๗.๕.๓ การต่อต้านการโฆษณาชวนเชื่อ โดยการกำหนดมาตรการที่เป็นระบบและตอบสนองต่อเหตุการณ์สำคัญในการดำเนินการต่อข้อมูลข่าวสารที่ถูกบิดเบือน
          
๗.๖ สื่อมวลชนสร้างสรร มีมาตรการดำเนินการ ดังนี้
                      ๗.๖.๑ จัดตั้งเครื่อข่ายสื่อมวลชนสร้างสรร โดยการเน้นการมีส่วนร่วมระหว่างสื่อมวลชนที่เป็นสมาชิกในการร่วมกันนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่เป็นจริง ถูกต้อง ทันเวลา และเป็นข่าวสารเชิงบวกต่อสังคมไทย เพื่อร่วมกันนำมาซึ่งความสงบสุข และสันติภาพให้เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศ
                      ๗.๖.๒ ให้ความรู้สื่อสารมวลชนในมิติของความมั่นคง โดยจัดการอบรมให้กับสื่อมวลชนให้มีความเข้าใจในสถานการณ์การก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงมิติของความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อให้สื่อมวลชนมีความเข้าใจข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
           ๗.๗ บริหารจัดการ มีมาตรการดำเนินการ ดังนี้
                      ๗.๗.๑ การบูรณาการหน่วยงานประชาสัมพันธ์ โดยการจัดให้มีกลไกที่ทำหน้าที่ในการอำนวยการประชาสัมพันธ์ปัญหาการก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้มีเอกภาพและมีทิศทางในการประสัมพันธ์ที่สอดคล้อง
                      ๗.๗.๒ ปฏิบัติงานบนพื้นฐานของธรรมาภิบาล จัดให้มีกระบวนการทำงานที่มีความชัดเจน โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้
                      ๗.๗.๓ การประเมินผลอย่างเป็นรูปธรรม จัดให้มีการประเมินผลการประชาสัมพันธ์อย่างมีทิศทาง และสอดคล้องกับเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ที่ต้องการ โดยสามารถนำผลของการประเมินมาใช้ในการปรับปรุงการประชาสัมพันธ์ในห้วงเวลาต่อ ๆ ไป
                      ๗.๗.๓ การใช้งบประมาณที่มีประสิทธิภาพ จัดกลไกในการควบคุม ติดตาม การใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการแก้ปัญหาการก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
                      ๗.๗.๔ การอบรม จนท. ให้เข้าใจอย่างลึกซึ้ง จัดให้มีการอบรมให้ความรู้เจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ อย่างต่อเนื่อง
                      ๗.๗.๕ การประชาสัมพันธ์ในภาวะวิกฤต จัดให้มีกระบวนการในการติดตามสถานการณ์ และสามารถทำการแถลงข่าว ที่ถูกต้อง รวดเร็ว และทันต่อเหตุการณ์

๘. ปัจจัยแห่งความสำเร็จ
           ๘.๑ จัดระบบคลังข้อมูลประชาสัมพันธ์ภาครัฐ (Government Public Relations Data Warehouse System) ที่รวบรวมข้อมูลในทุกรูปแบบจากหน่วยงานของภาครัฐที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้าด้วยกัน เช่น ข้อความ เสียง ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และภาพเคลื่อนไหวประกอบเสียง เพื่อสนับสนุนให้การดำเนินการตามยุทธศาสตร์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันระหว่างหว่างภาครัฐ
           ๘.๒ จัดให้มีกระบวนการในการติดตามและประเมินผลการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ บนพื้นฐานที่สอดคล้องกับกระบวนการทำงานจริง โดยไม่เป็นการเพิ่มภาระงานให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง
           ๘.๓ ดำเนินการบนพื้นฐานของการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดสภาวะที่เกื้อกูลต่อการสนับสนุนการปฏิบัติงานของภาครัฐ
           ๘.๔ จัดชุดขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เคลื่อนที่ ทำหน้าที่ช่วยเหลือหน่วยงานภาครัฐที่ประสบปัญหาในการแปลงยุทธศาสตร์ไปเป็นแผนปฏิบัติงาน
 

< ก่อนหน้า   ถัดไป >
| Tortaharn.net | Powered by Mambopixel.com |