|
การปราบปรามการก่อความไม่สงบ - ยุทธศาสตร์การประชาสัมพันธ์ |
|
|
|
|
แก้ไขโดย ทอทหาร
|
|
วันพุธที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ.2550 |
๑. สถานการณ์
หลังจากกรณีเกิดเหตุการณ์ปล้นอาวุธของกองพันพัฒนาที่ 4 อำเภอ เจาะไอร้อง
จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 4 ม.ค. 47 ที่ผ่านมา
สถานการณ์การก่อความไม่สงบได้ทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
ถึงแม้ว่ารัฐบาลที่ผ่านมาได้พยายามดำเนินการแก้ไขปัญหาการความก่อความไม่สงบดังกล่าวด้วยรูปแบบของการดำเนินการที่หลากหลาย
แต่ปัญหาการก่อความไม่สงบยังไม่มีทางทีที่จะสงบลงได้
ส่งผลให้รัฐบาลในแต่ละสมัยต้องทุ่มเททรัพยากร
เพื่อในมาใช้ในการแก้ปัญหาเป็นจำนวนมาก
ซึ่งในที่นี้ยังรวมถึงทรัพยากรบุคคลที่มีการสูญเสียในอัตราที่สูง
นอกจากนี้ยังเลยไปถึงสภาพแวดล้อมทางสังคม/จิตวิทยาของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
ที่มีสภาพคุณภาพชีวิตที่มีแต่ความหวาดระแวง ความหวาดกลัว และตื่นตระหนก
กับสภาพการดำรงชีวิตในแต่ละวัน
โดยความไม่มีเสถียรภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นี้ยิ่งถือเป็นการตอกย้ำความรุนแรงของปัญหาการก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
อีกทั้งสถานการณ์ต่าง ๆ
ที่เกิดขึ้นนั้นล้วนแต่จะมีทิศทางที่มุ่งไปสู่เป้าหมายที่ทางฝ่ายที่ก่อความไม่สงบได้กำหนดไว้
เช่น ขั้นตอนสู่ความสำเร็จ 7
ประการที่มีเป้าประสงค์สุดท้ายคือการจัดตั้งการปฏิวัติและนำไปสู่การแย่งแยกดินแดนในที่สุด
๒. อุปสรรคต่อการประชาสัมพันธ์
๒.๑
ด้วยสภาวะแวดล้อมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความไม่มั่นคงปลอดภัย
การดำเนินการที่ผ่านมายังไม่สามารถดำเนินการให้การพิทักษ์ประชาชนและทรัพยากร
เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้ กลุ่มก่อความไม่สงบมีอำนาจในการควบคุมประชาชน
โดยกลุ่มก่อความไม่สงบสามารถกดดัน บีบบังคับ
ข่มขู่ให้ประชาชนเลือกที่จะรับหรือไม่รับ ข้อความ ข้อมูล ข่าวสาร ที่ส่งมาจากภาครัฐ
ทำให้ความสามารถในการสื่อสารระหว่างรัฐกับประชาชนเป็นไปอย่างจำกัด
ประชาชนในพื้นที่มีความหวาดระแวง ไม่เชื่อมั่นในอำนาจรัฐ
ทำให้ข้อมูลข่าวสารที่รัฐต้องการส่งให้ถึงประชาชนถูกปฏิเสธ
๒.๒ ด้วยลักษณะเฉพาะของวัฒนธรรม ศาสนา ภาษา และชาติพันธุ์
ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
ได้ก่อให้เกิดเป็นอุปสรรคในการสื่อสารระหว่างรัฐกับประชาชน ดังตัวอย่างเช่น
การใช้ใปลิว หรือ จัดรายการวิทยุโทรทัศน์ที่เป็นรายการภาษาไทย
ล้วนแต่ส่งผลให้เกิดการปฏิเสธข้อความ ข้อมูล หรือข่าวสาร
ที่รัฐต้องการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบ
ถึงแม้จะมีหน่วยงานหลายหน่วยงานได้จัดทำใบปลิว หรือจัดรายการเป็นภาษายาวี
แต่ก็ยังมีข้อจำกัดอีกอยู่ดี
เพราะวัฒนธรรมความเชื่อทางศาสนาอาจจะทำให้เกิดการปิดกั้นการรับรู้ไปโดยปริยาย
ดังนั้นความแตกต่างของวัฒนธรรมและภาษา จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ส่งผลให้ ข้อความ
ข้อมูล หรือข่าวสาร ที่ส่งไปจากภาครัฐไม่สามารถที่จะไปถึงผู้รับได้
การศึกษาทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ใน วัฒนธรรม จารีตประเพณี ความเชื่อ ศาสนา ฯลฯ
จึงจะสามารถช่วยให้ฝ่ายรัฐสามารถหาช่องทางการส่ง ข้อความ ข้อมูล ข่าวสาร
ไปยังผู้รับสารได้โดยไม่เกิดการปฏิเสธ
๒.๓ กลุ่มก่อความไม่สงบใช้การรณรงค์สารสนเทศ (Information Campaign)
ในลักษณะของการปฏิบัติการจิตวิทยา
ด้วยการโฆษณาชวนเชื่อและการสร้างข่าวลืออย่างต่อเนื่องตลอดเวลา
ประกอบกับลักษณะเฉพาะของสภาพความเป็นอยู่ทางสังคมของประชาชนในพื้นที่
ทำให้ข่าวสารที่ถูกบิดเบือนแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว
โดยการดำเนินการแก้ไขต่อข้อมูลข่าวสารที่ถูกบิดเบือนของภาครัฐยังไม่สามารถดำเนินได้อย่างทันท่วงที
๒.๔
ลักษณะของการเปลี่ยนแปลงทางสภาพสังคมทำให้การรับทราบข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อสาธารณะแพร่กระจายไปอย่ารวดเร็วอย่างไม่มีข้อจำกัด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ความสนใจต่อปัญหาการก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
ให้บทบาทและท่าทีของประเทศไทยที่ปรากฏต่อประชาคมโลกถูกเฝ้าจับตามอง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มประเทศมุสลิม
ทำให้การแก้ปัญหาการก่อความไม่สงบในพื้นที่มีความยุ่งยากสลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้น
๓. วิสัยทัศน์
ดำเนินการประชาสัมพันธ์โดยยึดหลักการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เป็นความจริงและเกิดความสมานฉันท์ของคนในชาติ
ผ่านกระบวนการประชาสัมพันธ์แบบครบวงจร เน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน อันได้แก่
ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน
โดยการประชาสัมพันธ์ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจรวมไปถึงความสัมพันธ์อันดีของคนในสังคมไทยที่มีความสมานฉันท์แลเอื้ออาทรต่อกัน
๔. กรอบแนวคิดในการจัดทำยุทธศาสตร์
๔.๑
สร้างความเข้าใจต่อสถานการณ์ความเป็นจริงที่เกิดขึ้นต่อสังคมทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศ
เพื่อสร้างความตระหนักของการอยู่ร่วมกันภายในชาติอย่างสันติสุขบนพื้นฐานของความเป็นพหุสังคม
๔.๒ ใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการเข้าถึงและสื่อสารกับประชาชน
เพื่อเสริมสร้างสันติสุขและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
๔.๓
ดำเนินการประชาสัมพันธ์ที่มีรูปแบบอ่อนตัวมีความสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
๔.๕
ใช้ช่องทางจากสื่อสาธารณะในการสนับสนุนการแก้ไขปัญญาหาการก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
๔.๖ มุ่งสร้างความเข้ากับ ประชาชนในพื้นที่ ประชาชนทั่วไป และประชาคมโลก
๔.๗ ให้ความสำคัญกับการประเมินผลควบคู่ไปกับการประชาสัมพันธ์
๕. วัตถุประสงค์
๕.๑ ธำรงรักษา เผยแพร่อุดมการณ์ ความคิด ความเชื่อ
และความเป็นเอกภาพของประเทศไทย บนพื้นฐานของความเป็นพหุสังคม
๕.๒
เสริมสร้างเสถียรภาพและบรรยากาศแห่งความสมานฉันท์อันนำไปสู่สภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมต่อความมั่นคงแห่งชาติ
๕.๓ ส่งเสริมความเข้าใจและความสัมพันธ์อันดีระหว่างรัฐกับประชาชน
รวมไปถึงความสามัคคีของคนในชาติ
๕.๔
สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อันนำไปสู่การให้ความร่วมมือกับรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐ
๕.๕ สนับสนุนการแก้ไขปัญหาการก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
๖. เป้าประสงค์ที่ต้องการ
๖.๑ ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
ช่วยเหลือ เกื้อกูลกัน มีความเข้าใจในนโยบายของรัฐ มีความเชื่อมั่นในอำนาจรัฐ
และให้ความร่วมมือกับรัฐในการสร้างสันติสุข
๖.๒ เจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
๖.๓ คนในชาติมีความเข้าใจในสถานการณ์ มีความสามัคคี
ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาใน จชต.มีความรู้สึกเท่าเทียมกันบนพื้นฐานพหุสังคม
ทุกฝ่ายในชาติร่วมกันแก้ไขปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้
๖.๔
คนไทยที่พำนักอยู่นอกประเทศตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้
มีความรู้สึกเท่าเทียมกันบนพื้นฐานพหุสังคม
๖.๕ ประเทศเพื่อนบ้าน พันธมิตรสำคัญ
และองค์กรนานาชาติมีความเข้าใจในสถานการณ์
๖.๖ รักษาไว้ซึ่งศักดิ์ศรี เกียรติภูมิ
และภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยในประชาคมโลก
๗. ยุทธศาสตร์และแนวทาง/มาตรการ
๗.๑ สร้างช่องทางสื่อสาร มีมาตรการดำเนินการ ดังนี้
๗.๑.๑ การสร้างเครือข่ายสื่อบุคคล
เพื่อลดปัญหาการสื่อสารระหว่างรัฐกับประชาชน เพราะลักษณะเฉพาะของวัฒนธรรม
ขนบธรรเนียม และความเชื่อในสังคม ของคนในพื้นที่
ทำให้เกิดการปฏิเสธข้อมูลข่าวสารที่รัฐส่งให้ประชาชนในพื้นที่
๗.๑.๒ การจัดตั้งมวลชนสัมพันธ์ในพื้นที่ จชต.
เพื่อใช้เป็นช่องทางในการกระจายข่าวสารที่รัฐต้องการส่งให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รับทราบ
โดยการจัดกิจกรรมสัมพันธ์ในพื้นที่ต่าง ๆ
นอกจากนี้ยังสามารถสอดแทรกอุดมการณ์และแนวคิดในการอยู่ร่วมกันเป็นคนไทยอย่างมีความสุข
๗.๒ เสริมสร้างความเข้าใจในสถานการณ์ มีมาตรการดำเนินการ ดังนี้
๗.๒.๑
จัดตั้งชุดประชาสัมพันธ์และปฏิบัติการจิตวิทยาเคลื่อนที่เข้าปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
เพื่อปฏิบัติการเชิงรุก ขยายผลแห่งความเข้าใจในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น
๗.๒.๒ จัดตั้งชุดประชาสัมพันธ์ภาพรวมในประเทศ
ทำการประชาสัมพันธ์การดำเนินงานต่าง ๆ ของรัฐบาล
รวมทั้งการรณรงค์ส่งเสริมความเท่าเทียมกันและการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขบนความแตกต่างกันทางวัฒนธรรม
ขนบธรรมเนียม ประเพณี และความเชื่อ ของคนไทยทุกภาค
๗.๒.๓ จัดตั้งชุดประชาสัมพันธ์ต่างประเทศ
เพื่อสร้างความเข้าใจและขยายผลให้ประเทศต่าง ๆ
และองค์กรระหว่างประเทศมีความเข้าใจปัญหาการก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศ
อันนำไปสู่การให้ความร่วมมือ และสนับสนุนการสร้างสันติสุข
๗.๓ เสริมสร้างขวัญและกำลังใจ จนท. มีมาตรการดำเนินการ ดังนี้
๗.๓.๑
จัดตั้งโครงการบำรุงขวัญบำรุงสุขเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
โดยเป้าหมายของโครงการคือ
การสร้างขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของรัฐมีความขวัญและกำลังใจที่ดีและมีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่
ทั้งนี้เพราะเจ้าหน้าที่ของรัฐถือได้ว่าเป็นกลไกสำคัญหลักในการนำนโยบายของรัฐไปดำเนินการให้เกิดผล
๗.๓.๒ จัดให้มีโครงการปฏิบัติราชการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ดีเด่น
เพื่อยกย่องเจ้าหน้าที่ที่ตั้งใจและเสียสละในการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในการเป็นแบบอย่างที่ดี
และเป็นการสร้างแรงจูงใจให้กับเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ
ที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
๗.๔ รณรงค์เพื่อสันติสุข มีมาตรการดำเนินการ ดังนี้
๗.๔.๑ จัดตั้งโครงการสานสายใยไทยทั้งชาติ
เพื่อทำการรณรงค์และปลูกฝังอุดมการณ์อย่างต่อเนื่องให้ประชาชนคนไทยทั้งประเทศไม่ว่าจะเป็นในพื้นที่และนอกพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ตระหนักถึงความเป็นคนไทย
มีค่านิยมแห่งชาติในการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข
๗.๔.๒ จัดทำโครงการใต้พอเพียง โดยนำยุทธศาสตร์พระราชทาน
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
เป็นแนวทางในการปลูกฝังอุดมการณ์กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
ให้มีความรักบ้านเกิด และมีวิถีการดำรงชีวิตที่มีความสอดคล้องกับขนบธรรมเนียม
วัฒนธรรม ประเพณี และความเชื่อ อันจะนำไปสู่การลดความขัดแย้ง
สร้างความรักความสามัคคี ความสมานฉันท์และความสงบสุขของประชาชน
๗.๕ สร้างทัศนคติที่ถูกต้อง มีมาตรการดำเนินการ ดังนี้
๗.๕.๑ การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในประวัติศาสตร์
ด้วยการนำเสนอข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์ที่มีความถูกต้องผ่านกระบวนการทางวิชาการ
เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในข้อมูลที่นำเสนอ รวมถึงการใช้สื่อประเภทต่าง ๆ ร่วมกัน
รวมถึงนำเสนออย่างเหมาะสมและในรูปแบบที่ง่ายต่อการทำความเข้าใจ
๗.๕.๒ การเผยแผ่ศาสนาอิสลามที่ถูกต้อง
โดยดำเนินการร่วมกันระหว่างรัฐและผู้นำทางศาสนาในพื้นที่ร่วมกันจัดทำแนวทางและดำเนินการเผยแพร่ศาสนาที่ถูกต้องไม่บิดเบือน
๗.๕.๓ การต่อต้านการโฆษณาชวนเชื่อ
โดยการกำหนดมาตรการที่เป็นระบบและตอบสนองต่อเหตุการณ์สำคัญในการดำเนินการต่อข้อมูลข่าวสารที่ถูกบิดเบือน
๗.๖
สื่อมวลชนสร้างสรร มีมาตรการดำเนินการ ดังนี้
๗.๖.๑ จัดตั้งเครื่อข่ายสื่อมวลชนสร้างสรร
โดยการเน้นการมีส่วนร่วมระหว่างสื่อมวลชนที่เป็นสมาชิกในการร่วมกันนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่เป็นจริง
ถูกต้อง ทันเวลา และเป็นข่าวสารเชิงบวกต่อสังคมไทย เพื่อร่วมกันนำมาซึ่งความสงบสุข
และสันติภาพให้เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศ
๗.๖.๒ ให้ความรู้สื่อสารมวลชนในมิติของความมั่นคง
โดยจัดการอบรมให้กับสื่อมวลชนให้มีความเข้าใจในสถานการณ์การก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
รวมถึงมิติของความมั่นคงแห่งชาติ
เพื่อให้สื่อมวลชนมีความเข้าใจข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
๗.๗ บริหารจัดการ มีมาตรการดำเนินการ ดังนี้
๗.๗.๑ การบูรณาการหน่วยงานประชาสัมพันธ์
โดยการจัดให้มีกลไกที่ทำหน้าที่ในการอำนวยการประชาสัมพันธ์ปัญหาการก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
ให้มีเอกภาพและมีทิศทางในการประสัมพันธ์ที่สอดคล้อง
๗.๗.๒ ปฏิบัติงานบนพื้นฐานของธรรมาภิบาล
จัดให้มีกระบวนการทำงานที่มีความชัดเจน โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้
๗.๗.๓ การประเมินผลอย่างเป็นรูปธรรม
จัดให้มีการประเมินผลการประชาสัมพันธ์อย่างมีทิศทาง
และสอดคล้องกับเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ที่ต้องการ
โดยสามารถนำผลของการประเมินมาใช้ในการปรับปรุงการประชาสัมพันธ์ในห้วงเวลาต่อ ๆ ไป
๗.๗.๓ การใช้งบประมาณที่มีประสิทธิภาพ จัดกลไกในการควบคุม ติดตาม
การใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการแก้ปัญหาการก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
๗.๗.๔ การอบรม จนท. ให้เข้าใจอย่างลึกซึ้ง
จัดให้มีการอบรมให้ความรู้เจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ อย่างต่อเนื่อง
๗.๗.๕ การประชาสัมพันธ์ในภาวะวิกฤต
จัดให้มีกระบวนการในการติดตามสถานการณ์ และสามารถทำการแถลงข่าว ที่ถูกต้อง รวดเร็ว
และทันต่อเหตุการณ์
๘. ปัจจัยแห่งความสำเร็จ
๘.๑ จัดระบบคลังข้อมูลประชาสัมพันธ์ภาครัฐ (Government Public Relations
Data Warehouse System)
ที่รวบรวมข้อมูลในทุกรูปแบบจากหน่วยงานของภาครัฐที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้าด้วยกัน
เช่น ข้อความ เสียง ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และภาพเคลื่อนไหวประกอบเสียง
เพื่อสนับสนุนให้การดำเนินการตามยุทธศาสตร์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันระหว่างหว่างภาครัฐ
๘.๒ จัดให้มีกระบวนการในการติดตามและประเมินผลการดำเนินการตามยุทธศาสตร์
บนพื้นฐานที่สอดคล้องกับกระบวนการทำงานจริง
โดยไม่เป็นการเพิ่มภาระงานให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง
๘.๓ ดำเนินการบนพื้นฐานของการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน
เพื่อให้เกิดสภาวะที่เกื้อกูลต่อการสนับสนุนการปฏิบัติงานของภาครัฐ
๘.๔ จัดชุดขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เคลื่อนที่
ทำหน้าที่ช่วยเหลือหน่วยงานภาครัฐที่ประสบปัญหาในการแปลงยุทธศาสตร์ไปเป็นแผนปฏิบัติงาน
|