Tortaharn.net

Monday, 06 September 2010

รายการ
หน้าแรก
ความฝันอันสูงสุด
วัตถุประสงค์
บทความ
ประวัติศาสตร์ทหาร
หนังสือ
รู้จักทอทหาร
ทอทหาร Facebook
ทอทหาร Twitter
ติดต่อทอทหาร
เชื่อมโยง
ค้นหา
สมุดเยี่ยม
เพื่อนบ้านน่าสนใจ
Guru-ICT.com
ทหารดอทเน็ต
ตท.26/จปร.37
ประชาสรรค์
อานันท์
เวบมาสเตอร์
แก้ไขระบบ
บุคคลออนไลน์
ขณะนี้มี 45 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
เข้าสู่ระบบ
ชื่อผู้ใช้

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อกอิน
ลืมรหัสผ่าน?
ยังไม่ได้ลงทะเบียน? ลงทะเบียนใหม่
ปฏิทิน
« มิถุนายน 2010  
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930     
เวลาปัจจุบัน
สถิติ
จำนวนสมาชิก : 5997
จำนวนข่าวสาร : 176
เว็บลิงค์: 21
ผู้เยี่ยมชม: 4229767
Syndicate
ความมั่นคงแห่งชาติ - ยุทธศาสตร์สร้างความปรองดองแห่งชาติ ระยะ พ.ศ.๒๕๕๑ – ๒๕๕๕ PDF พิมพ์ ส่งเมล
แก้ไขโดย ทอทหาร   
วันพุธที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ.2550


๑. สถานการณ์

           ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์มายาวนานหลายร้อยปี การพัฒนาการจากในอดีตจนมาเป็นประเทศไทยในปัจจบัน นั้นจะต้องผ่านสภาวะการณ์ต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก ดังตัวอย่างเช่น ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นหลายครั้งในอดีต ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นแล้วในที่สุดแล้วรัฐบาลในฐานะที่เป็นผู้ดูแลบริหารจัดการประเทศในแต่ละยุคแต่ละสมัยจะต้องดำเนินการยุติความขัดแย้งเกิดขึ้น และนำพาสังคมเข้าสู่สภาวะแวดล้อมที่สงบเรียบร้อย โดยทุกภาคส่วนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขสมานฉันท์ หรือสามารถกล่าวได้ว่าเป็นสภาวะที่เกิดความปรองดองขึ้นในสังคมไทย และถ้าความขัดแย้งครั้งใดก็ตามมีความรุนแรงมากการสร้างความปรองดองจะถูกนำมาเป็นประเด็นสำคัญที่กลายมาเป็นวาระสำคัญของชาติ
           ดังนั้นเมื่อความขัดแย้งเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความมั่นคงของประเทศชาติโดยรวม การหาวิธีการ ทางออก หรือแนวทาง จึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะการทราบถึงแนวทางที่นำไปสู่การยุติความขัดแย้งจะเป็นสิ่งที่ช่วยกำหนดกรอบของปัญหาไม่ให้ขยายตัวออกไป ลดความเสียหายหรือสูญเสีย และที่สำคัญคือ ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นยุติลง การศึกษาถึงความขัดแย้งและแนวทางในการยุติความขัดแย้งเพื่อนำไปสู่การสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นในสังคมไทย จึงเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อเสนอทางออกแห่งความสงบสุขในสังคมไทย

๒. กรอบแนวคิดในการจัดทำยุทธศาสตร์
           ๒.๑ สร้างความเข้าใจต่อสถานการณ์ความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในสังคม ที่มีความครอบคลุมทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศ เพื่อสร้างความตระหนักของการอยู่ร่วมกันภายในชาติอย่างสันติสุขบนพื้นฐานของความเป็นพหุสังคมวัฒนธรรม
           ๒.๒ เสริมสร้างความเท่าเทียมกันของสมาชิกในสังคมให้อยู่บนพื้นฐานของความเป็นคนไทยในทุก มิติ
           ๒.๓ ใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการเสริมสร้างความปรองดองแห่งชาติ และดำเนินการเสริมสร้างความปรองดองแห่งชาติด้วยรูปแบบที่มีความอ่อนตัวและสอดคล้องกับสภาวะการณ์
           ๒.๔ จัดให้มีกระบวนการการเข้าถึงและสื่อสารกับประชาชนเพื่อมุ่งไปสู่ความปรองดองในชาติ โดยใช้ช่องทางจากสื่อสาธารณะในการสนับสนุนความปรองดองแห่งชาติให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
           ๒.๕ ให้ความสำคัญกับการประเมินผลควบคู่ไปกับการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์

๓. วิสัยทัศน์
“คนไทยทุกคนในทุกภาคอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขมีความสมานฉันท์”

๔. เป้าประสงค์ของยุทธศาสตร์สร้างความปรองดองแห่งชาติ
ในการจัดทำยุทธศาสตร์สร้างความปรองดองแห่งชาติมีเป้าประสงค์ของการจัดทำยุทธศาสตร์ ๕ ประการ ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้
           ๔.๑ สร้างสังคมและชุมชนเข้มแข็ง: การสร้างชุมชนในสังคมไทยให้มีความเข้มแข็งเป็นเรื่องที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะเมื่อชุมชนแต่ละชุมชนมีความแข้มแข็งแล้ว การช่วยเหลือเกื้อกูลกันระหว่างสมาชิกในชุมชน ชุมชนข้างเคียง และ ชุมชนอื่น ๆ ที่อยู่ห่างไกล เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตามมา การเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนจะตั้งอยู่บนพื้นฐานของกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยในแต่ละชุมชนจะมีการพัฒนาไปสู่ความเข้มแข็งของชุมชนตนเองในด้านต่าง ๆ เช่น ด้านเศรษฐกิจ ด้านทรัพยากรธรรมชาติ ด้านสังคม และด้านวัฒนธรรม โดยการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนนั้น อาจพัฒนาความเข้มแข็งได้เพียงบางด้านเท่านั้น เนื่องจากเงื่อนไขและกระบวนการที่นำไปสู่ความเข้มแข็งในแต่ละด้านของแต่ละชุมชนมีความแตกต่างกัน

           ๔.๒ สร้างสังคมแห่งความพอเพียง: การสร้างความพอเพียงและความเอื้ออาทรต่อกันระหว่างบุคคลต่อบุคคลหรือชุมชนต่อชุมชนให้เกิดขึ้นในสังคมไทย โดยการน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการดำเนินการจะช่วยให้ สังคมหรือชุมชนในพื้นที่ ฯ สามารถขับเคลื่อนไปอย่างมีภูมิคุ้มกันเป็นระบบ บนความมีเหตุผล ประชาชนในพื้นที่ ฯ มีความซื่อสัตย์สุจริต รอบรู้ในองค์ความรู้ที่เหมาะสม มีการดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ขยันหมั่นเพียร มีสติปัญญา รอบคอบ เพื่อให้มีความพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและกว้างขวางทั้งด้านวัตถุ สังคมสิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมจากสังคมภายนอกได้เป็นอย่างดี

           ๔.๓ สร้างสังคมแห่งความเท่าเทียม: การทำให้ประชาชนในแต่ละชุมชนมีความรู้สึกและสัมผัสได้ถึงความเป็นรูปธรรมของความเท่าเทียมกันในชุมชน ในสังคม และในฐานะของความเป็นพลเมืองไทย เป็นสิ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก ทั้งนี้เพราะปัญหาหลัก ๆ ของความแตกแยกที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนั้น เป็นสิ่งที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า ส่วนหนึ่งแล้วรากของปัญหาที่แท้จริงจะเกิดจากเงื่อนไขของความไม่เท่าเทียมกันในสังคม การปล่อยปละละเลยของรัฐบาลในแต่ละยุคแต่ละสมัยนั้นล้วนแต่สร้างปมปัญหาให้กับชุมชนต่าง ๆ ในพื้นที่ ฯ เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่สร้างเงื่อนไขลุกลามขยายผล จนกลายมาเป็นปัญหาการก่อความไม่สงบที่มีโอกาสพัฒนาไปสู่ความขัดแย้งอย่างรุนแรงในสังคม และอาจนำไปสู่สงครามกลางเมืองในที่สุด

           ๔.๔ สร้างการสื่อสารจากภาครัฐที่ชัดเจน: การสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างรัฐกับประชาชนในทุกๆ ชุมชนด้วยการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่มีความถูกต้องแม่นยำทันเวลา เป็นสิ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะข้อมูลข่าวสารที่มีความถูกต้อง แม่นยำและทันเวลาสามารถช่วยป้องกันและต่อต้านข่าวลือ อันเป็นการลดความสับสนในสังคมจากข่าวสารที่บิดเบือนความจริงที่นำไปสู่การขาดความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล นอกจากนี้การสื่อสารระหว่างรัฐกับผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำและผู้สอนศาสนา องค์กรภาคเอกชน หรือแม้กระทั่งบุคคลหรือกลุ่มคนที่มีความเห็นแตกต่าง จะช่วยให้เกิดความร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหา อีกทั้งการสื่อสารกับประเทศเพื่อนบ้าน และองค์กรสากลต่าง ๆ ยังจะช่วยให้เกิดความเข้าใจอันดี ทราบถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในสังคมไทย อันนำไปสู่การร่วมมือกันในการดำเนินการต่อปัญหาในที่สุด

           ๔.๕ สร้างสังคมแห่งความสมานฉันท์: การอยู่ร่วมกันในสังคมไทยอย่างสงบสุขบนพื้นฐานของความแตกต่างกันทางวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี ศาสนา ชาติพันธุ์ และความเชื่อ เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ความปรองดองของคนในชาติเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่ง การส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาการก่อความไม่สงบจะนำไปสู่บรรยากาศแห่งความสมานฉันท์ การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่อาทรซึ่งกันและกันจะก่อให้เกิดบรรยากาศแห่งความสมานฉันท์
 

ภาพที่ ๑ แผนที่ยุทธศาสตร์สร้างความปรองดองแห่งชาติ ระยะ พ.ศ.๒๕๕๑ – ๒๕๕๕


๕. ยุทธศาสตร์และแนวทาง/มาตรการ
           ๕.๑ ยุทธศาสตร์ที่ ๑ สร้างค่านิยมร่วมในความเป็นไทยที่มีความรักชาติ
                      ๕.๑.๑ เป้าหมาย: เสริมสร้างจิตสำนึกของคนไทยที่อยู่ทั้งภายในและภายนอกประเทศให้มีความรู้สึกถึงความเป็นไทย รักและหวงแหนผืนแผ่นดินไทย พร้อมที่จะเสียสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อประโยชน์ส่วนร่วม อันนำไปสู่การอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข
                      ๕.๑.๒ แนวทางในการดำเนินการ
                                  ปลูกฝังอุดมการณ์ความรักชาติ ให้กับประชาชนคนไทยทุกคนที่อยู่ในทุกภาค ที่อยู่ทั้งในประเทศและนอกประเทศให้มีความยึดมั่นและเชื่อมั่นในความเป็นพลเมืองไทยที่มีความรักความเป็นไทยและมีความหวงแหนในแผ่นดินเกิด
                                  สร้างทัศนคติที่ถูกต้องในความเป็นไทย ในการอยู่ร่วมกันในลักษณะของพหุสังคมวัฒนธรรม ให้มีความสงบสุขที่ยั่งยืน มีความเอื้ออาทรต่อกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ไม่ว่ามีความแตกต่างทางภูมิศาสตร์ วัฒนธรรม ความเชื่อ ชาติพันธุ์ และศาสนา

           ๕.๒ ยุทธศาสตร์ที่ ๒ สร้างความชัดเจนในการสื่อสารระหว่างรัฐกับทุกภาคส่วน
                      ๕.๒.๑ เป้าหมาย: สร้างความเข้าใจในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมไทยให้มีความชัดเจน เพื่อลดความสับสนจากการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารที่นำไปสู่ความแตกแยกในสังคมไทย ลดการแสวงประโยชน์จากข่าวสารที่คลุมเครือของบุคคล กลุ่มคนหรือองค์กร ที่ไม่ปราถนาดีต่อประเทศไทย
                      ๕.๒.๒ แนวทางในการดำเนินการ
                                  การต่อต้านการโฆษณาชวนเชื่อโดยการกำหนดมาตรการที่เป็นระบบและตอบสนองต่อเหตุการณ์สำคัญในการดำเนินการต่อข้อมูลข่าวสารที่ถูกบิดเบือน
                                  จัดตั้งเครื่อข่ายสื่อมวลชนสร้างสรร ด้วยการเน้นการมีส่วนร่วมระหว่างสื่อมวลชนที่เป็นสมาชิกในการร่วมกันนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่เป็นจริง ถูกต้อง ทันเวลา และเป็นข่าวสารเชิงสร้างสรรต่อสังคมไทย เพื่อร่วมกันนำมาซึ่งความสงบสุข และสันติภาพให้เกิดขึ้นในสังคมไทย
                                  ให้ความรู้สื่อสารมวลชนในมิติของความมั่นคง โดยจัดการอบรมให้กับสื่อมวลชนให้มีความเข้าใจในสถานการณ์การก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงมิติของความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อให้สื่อมวลชนมีความเข้าใจข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

           ๕.๓ ยุทธศาสตร์ที่ ๓ สร้างคุณธรรมนำสังคมอุดมปัญญา
                      ๕.๓.๑ เป้าหมาย: สร้างค่านิยมร่วมในสังคมไทยให้ตระหนักถึงความสำคัญของคุณธรรมจริยธรรม ความเอื้ออาทรต่อกัน อันนำไปสู่การอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขที่มีความยั่งยืน
                      ๕.๓.๒ แนวทางในการดำเนินการ
                                  ส่งเสริมคนดีคู่สังคม ด้วยการรณรงค์ จัดกิจกรรม และการดำเนินการสนับสนุน บุคคลที่กระทำความดีให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปในสังคมอย่างแพร่หลาย เพื่อให้เกิดการยอมรับและเป็นแบบอย่างในการกระทำความดีของบุคคลอื่น ๆ ในสังคมไทย
                                  ส่งเสริมคุณธรรมคู่ความรู้ ด้วยการเพิ่มพูนความรู้ให้กับสมาชิกทุกระดับในสังคมไทยพร้อม ๆ ไปกับการสอดแทรกการปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรม เพื่อให้มีจิตสำนึกในการนำความรู้ที่ควบคู่กับคุณธรรมไปประยุกต์ใช้ในการทำงานหรือใช้ในชีวิตประจำวัน
                                  ส่งเสริมการยุติความขัดแย้งด้วยสันติวิธี ด้วยการรณรงค์ให้สมชิกในสังคมไทยรู้จักสร้างทางเลือกหรือทางออกของปัญหาในลักษณะที่เป็นสถานการณ์ ชนะ-ชนะ (Win-Win) สำหรับทุกฝ่าย รวมถึงการสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดการยอมรับร่วมกันจากผู้ที่มีส่วนร่วม
                                  ส่งเสริมความเป็นพลเมืองไทยที่ดี ด้วยการสร้างตราสัญญาลักษณ์ และกำหนดรูปแบบของความเป็นคนไทยที่ดีบนพื้นฐานของความแตกต่าง ให้เกิดค่านิยมร่วมในการอยู่ร่วมกันในลักษณะพหุสังคมวัฒนธรรม

           ๕.๔ ยุทธศาสตร์ที่ ๔ ยกระดับคุณภาพชีวิตให้มีความเท่าเทียมกันในสังคม
                      ๕.๔.๑ เป้าหมาย: ลดช่องว่างของสมาชิกทุกกลุ่มในสังคมไทยให้มีโอกาสในด้านต่าง ๆ ที่เท่าเทียมกัน และดำรงอยู่ด้วยความรู้สึกที่ไม่มีความแตกต่างทางสังคม
                      ๕.๔.๒ แนวทางในการดำเนินการ
                                  สร้างโอกาสทางการศึกษา ด้วยการสนับสนุนจากภาครัฐพร้อมทั้งโน้มน้าวภาคเอกชน และภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดให้มีการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีกระจายไปอย่างทั่วถึงในทุกระดับของสังคมไทยพร้อมทั้งมีการกำหนดทิศทางของการศึกษาที่มีความชัดเจน อันนำไปสู่การศึกษาที่เกิดประโยชน์สูงสุดกับสมาชิกทุกคนในสังคมไทย
                                  สร้างโอกาสในการประกอบอาชีพ ด้วยการจัดให้มีเวทีแห่งการพบปะและสื่อสารระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน รวมไปถึงผู้ประกอบการ และแรงงาน เพื่อเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพที่มีความเหมาะสมและมีความมั่นคงในอาชีพที่ยั่งยืน
                                  สร้างความยุติธรรมให้เกิดขึ้นในสังคม ด้วยการสร้างสภาวะการณ์ที่ส่งเสริม สนับสนุนให้เกิดความยุติธรรมในสังคมไทยให้เกิดขึ้นในทุกระดับ
                                  สร้างความเท่าเทียมทางการเมือง เพื่อให้สมาชิกในทุกชุมชนของสังคมไทยได้มีโอกาสและสิทธิที่มีความเท่าเทียมกันบนพื้นฐานแห่งความเป็นพลเมืองไทย และในฐานะที่เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยเหนือแผ่นดินไทย

           ๕.๕ ยุทธศาสตร์ที่ ๕: การบริหารจัดการ
                      ๕.๔.๑ เป้าหมาย: มีกระบวนการ แนวทาง และ ขั้นตอนในการการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และสัมฤทธิ์ผลโดยใช้องค์ความรู้อย่างสูงสุดมาช่วยเหลือในการบริหารจัดการ
                      ๕.๔.๒ แนวทางในการดำเนินการ
                                  มีการกำหนดยุทธศาสตร์ในการทำงาน เพื่อให้การดำเนินการต่าง ๆ นั้นมีเป้าหมายร่วมกันที่ชัดเจน เพื่อให้ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนมีมุมมองและสามารถกำหนดแผนงานที่มุ่งไปในทิศทางเดียวกัน
                                  สร้างค่านิยมร่วมในการปฏิบัติงาน ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐในฐานะผู้ปฏิบัติหลัก ภาคส่วนอื่น ๆ เช่นภาคเอกชน ภาคประชาชน หรือ องค์กรอิสระ ได้มีความรู้สึกนึกคิดและความคิดเห็นที่สอดคล้องกัน และร่วมกันปฏิบัติงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นในสังคมไทย
                                  มุ่งเน้นการทำงานให้มี ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และผลสัมฤทธิ์ โดยจัดให้มีการประเมินผลการการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์อย่างมีทิศทาง มีความสอดคล้องกับเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ที่ต้องการ โดยสามารถนำผลของการประเมินมาใช้ในการปรับปรุงการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์สร้างความปรองดองแห่งชาติในห้วงเวลาต่อ ๆ ไป
                                  น้อมนำแนวพระราชดำริ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและหลักธรรมาภิบาลเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน โดยจัดทำอย่างมีความชัดเจนเป็นรูปธรรม
                                  การบูรณาการหน่วยงานประชาสัมพันธ์ เพื่อให้เกิดเอกภาพในการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ และขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างมีทิศทาง สามารถตอบสนองต่อสภาวะการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วไม่ซ้ำซ้อน และมองปัญหาต่าง ๆ ในลักษณะองค์รวม

๖. ปัจจัยแห่งความสำเร็จ
           ๖.๑ เน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน: เพื่อให้เกิดสภาวะที่เกื้อกูลต่อการสนับสนุนการปฏิบัติงานของภาครัฐ
           ๖.๒ จัดให้มีเวทีแห่งทางเลือกของสังคม: เพื่อให้เกิดทางเลือกอื่น ๆ อันนำไปสู่การลดการเผชิญหน้าของกลุ่มต่าง ๆ ที่เป็นสมาชิกในสังคม
           ๖.๓ ใช้เทคโนโลยีสนับสนุนการดำเนินงาน: ด้วยการจัดให้มีระบบคลังข้อมูลภาครัฐ ที่รวบรวมข้อมูลในทุกรูปแบบจากหน่วยงานของภาครัฐที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้าด้วยกัน เช่น ข้อความ เสียง ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และภาพเคลื่อนไหวประกอบเสียง เพื่อสนับสนุนให้การดำเนินการตามยุทธศาสตร์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันระหว่างหว่างภาครัฐ
           ๖.๔ มีกระบวนการในการติดตามประเมินผล: บนพื้นฐานที่สอดคล้องกับกระบวนการทำงานจริง โดยไม่เป็นการเพิ่มภาระงานให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง
           ๖.๕ จัดตั้งชุดขับเคลื่อนยุทธศาสตร์: ทำหน้าที่ช่วยเหลือหน่วยงานภาครัฐที่ประสบปัญหาในการแปลงยุทธศาสตร์ไปเป็นแผนปฏิบัติงาน


< ก่อนหน้า   ถัดไป >
| Tortaharn.net | Powered by Mambopixel.com |