Tortaharn.net

Thursday, 09 September 2010

รายการ
หน้าแรก
ความฝันอันสูงสุด
วัตถุประสงค์
บทความ
ประวัติศาสตร์ทหาร
หนังสือ
รู้จักทอทหาร
ทอทหาร Facebook
ทอทหาร Twitter
ติดต่อทอทหาร
เชื่อมโยง
ค้นหา
สมุดเยี่ยม
เพื่อนบ้านน่าสนใจ
Guru-ICT.com
ทหารดอทเน็ต
ตท.26/จปร.37
ประชาสรรค์
อานันท์
เวบมาสเตอร์
แก้ไขระบบ
บุคคลออนไลน์
ขณะนี้มี 55 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
เข้าสู่ระบบ
ชื่อผู้ใช้

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อกอิน
ลืมรหัสผ่าน?
ยังไม่ได้ลงทะเบียน? ลงทะเบียนใหม่
ปฏิทิน
« มิถุนายน 2010  
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930     
เวลาปัจจุบัน
สถิติ
จำนวนสมาชิก : 6017
จำนวนข่าวสาร : 176
เว็บลิงค์: 21
ผู้เยี่ยมชม: 4241625
Syndicate
ความมั่นคง – การเมืองไทยเรื่องที่ไม่เคยลงตัว PDF พิมพ์ ส่งเมล
แก้ไขโดย ทอทหาร   
วันอาทิตย์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ.2551


        สถานการณ์ในปัจจุบันคงเป็นสิ่งที่สร้างความเบื่อหน่ายให้กับประชาชนคนไทยจำนวนมาก ผมเชื่อว่าคนไทยจำนวนมากต้องการความเป็นอยู่ที่ดี ต้องการให้มีอาหารใส่ปากใส่ท้อง ต้องการมีเงินส่งให้ลูกไปเรียน โดยมีความเชื่อว่าประเทศไทยควรที่จะเดินไปข้างหน้ามากกว่าที่จะหยุดอยู่กับที่และกำลังจะเดินถอยหลังในที่สุด ซึ่งสาเหตุที่แท้จริงอาจจะไม่มีใครสามารถฟันธงได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่สิ่งที่คนไทยทุกคนสามารถคาดเดาได้ว่ารากของปัญหาส่วนใหญ่จะมาจากคำเดียวคือคำว่า “อำนาจ” เพราะถ้าปัญหาทั้งหลายที่วุ่นวายในปัจจุบันไม่ไปเกี่ยวข้องกับคำว่าอำนาจแล้วทุกอย่างคงจะจบสิ้นภายในเร็ววัน

        ในแนวคิดทางด้านความมั่นคงแห่งชาตินั้นจะมีความเชื่อกันว่าประเทศชาติจะมีความเข้มแข็งมั่นคง สามารถอยู่รอดปลอดภัยจากสิ่งต่างๆ ทั้งปวงได้นั้นประเทศชาตินั้นจะต้องมี กำลังอำนาจของชาติที่มีความเข้มแข็ง ซึ่งคำว่ากำลังอำนาจของชาติ หรือ National Power นั้นเริ่มมีการใช้ในทางยุทธศาสตร์ เมื่อตอนปลายศตวรรษที่ 15 โดยมี นักปรัชญา และ นักการทหาร ชาวอิตาลีชื่อ Niccolo Machiavelli (1469-1527) ได้เสนอแนวความคิดที่เกี่ยวข้องกับกำลังอำนาจของรัฐ ซึ่งต่อมาก็ได้พัฒนามาเป็น องค์ประกอบของกำลังอำนาจของชาติ ในขั้นต้นกำลังอำนาจของชาติ จะประกอบไปด้วย องค์ประกอบหลัก 3 ประการ คือ การเมือง สังคม และ การทหาร จากองค์ประกอบทั้ง 3 ประการนี้เอง จะเป็นสิ่งที่บ่งชี้ว่า รัฐ หรือประเทศใด จะมีกำลังอำนาจมากเพียงใดที่จะนำมาซึ่งความได้เปรียบต่อรัฐ หรือประเทศอื่น ๆ ต่อมานักการทหาร ชาวปรัสเซีย ชื่อ Carl von Clausewitz (1780 - 1831) ได้เพิ่มเติมองค์ประกอบของกำลังอำนาจของชาติ คือ เศรษฐกิจ

        อย่างไรก็ดีกำลังอำนาจของชาติ ในด้านต่าง จะต้องถูกพัฒนาไปในระดับที่เท่าเทียมกัน หรือกล่าวง่าย ๆ คือต้องสมดุลย์กันทุกด้าน และ มีเป้าหมายที่ชัดเจนและแน่นอน ถ้าเรามุ่งพัฒนาด้านใดด้านหนึ่ง โดยเฉพาะเราคงจะไม่สามารถรักษาผลประโยชน์ของชาติของเราไว้ได้ เช่น ประเทศคูเวตที่มีกำลังอำนาจทางด้านเศรษฐกิจที่แข็งแรง แต่ไม่ได้มีกำลังอำนาจของชาติทางด้านการทหารที่แข็งแรง ถูกอิรักทำการยึดครอง ได้อย่างง่ายดาย หรือ อิรักที่นำประเทศเข้าสู่ภาวะสงคราม กับอิหร่าน เป็นระยะเวลา 8 ปี งบประมาณต่าง ๆ ถูกทุ่มให้กับกิจการทหาร ในที่สุดประเทศต้องประสบปัญหาในเรื่องของงบประมาณ และ เป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องบุกคูเวต เป็นต้น

        แต่สำหรับประเทศไทยในวันนี้กลับเผชิญสภาวะที่แปลก ที่กำลังอำนาจของชาติทางด้านการเมืองกลับมีความขัดแย้งกันเองกับกำลังอำนาจของชาติด้านสังคมจิตวิทยา จนทำให้กำลังอำนาจของชาติด้านการเมืองโดนปิดล้อมโดยกำลังอำนาจทางสังคมจิตวิทยา ดังเช่น เงื่อนไขของความขัดแย้งไม่ลงลอยของคนไทยในชาติกลับกลายมาเป็นเงื่อนไขที่ทำให้การขับเคลื่อนทางการเมืองเกิดภาวะชะงักงัน ไม่มีทางออก ไม่ว่าจะทำการแก้ไขด้วยการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยหรือการปฏิวัติรัฐประหารด้วยกำลังอำนาจทางทหาร ต่างก็ไม่สามารถที่จะแก้ไขให้สภาวะอย่างที่เป็นอยู่คลายลงไปได้ เพราะว่าไม่ว่าจะใช้แนวทางไหนก็ไม่สามารถที่จะทำให้เกิดการขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้

        ความจริงแล้วถ้าจะว่าไปก็แปลกที่ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายมาถึงในปัจจุบัน เราต้องยอมรับว่าก่อนที่จะมีเหตุการณ์ความวุ่นวายในหลายปีก่อนหน้านี้ เราจะพบว่ากำลังอำนาจทางด้านการเมืองของไทยมีความแข็งแกร่งจนประเทศไทยรุดหน้าไปแข่งกับนานาอารยะประเทศได้อย่างโดนเด่นเป็นอย่างมาก เช่น การที่พรรคการเมืองได้รับการเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียงที่ท่วมทันจนสามารถจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในการเมืองในยุคปัจจุบัน

        แต่แล้วหลังจากนั้นไม่นานปรากฏว่าความเข้มแข็งทางการเมืองที่มากจนเกินไปกลับนำมาสู่ความขัดแย้งในกำลังอำนาจทางด้านสังคมจิตวิทยา และขยายผลไปเป็นวงกว้าง และยังนำไปสู่ความแตกแยกในสังคมไทยอย่างรุนแรง ซึ่งส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะ คนไทย นักการเมือง และประชาชนคนเดินดินทั่วไป ประสบกับปัญหากับความเข้าใจในระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง การละเลยสิทธิของคนกลุ่มน้อยจากคนส่วนใหญ่ด้วยความตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ได้ส่งผลให้เกิดความแตกแยกในสังคมไทยและนำไปสู่การใช้ความรุนแรงและวงจรอุบาทว์ในที่สุด (กองทัพทำการรัฐประหาร)

        สิ่งที่สำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาการปิดล้อมทางการเมืองโดยกำลังอำนาจของชาติด้านสังคมจิตวิทยานั้น น่าจะมาจากทิฐิ ของแต่ละฝ่ายที่ยึดมันในอัตตาของตนจนลืมคิดถึงประโยชน์ส่วนรวม ซึ่งถ้ากลุ่มคนแต่ละฝ่ายโงหัวขึ้นมาคิดสักนิดจะมองเห็นว่าประเทศไทยวันนี้ไม่ได้เดินไปไหน ย่ำอยู่กับที่และกำลังถอยหลัง เพราะคนไม่กี่กลุ่มที่ไม่ยอมกัน ต่างฝ่ายต่างรักชาติน้ำลายไหลย้อย มัวแต่มองประโยชน์ของตนเองเป็นที่ตั้ง ประชาชนคนไทยจะได้รับความยากลำบาก จะอดอยากอย่างไรไม่สนใจ สนใจแต่เพียงว่าจะทำอย่างไรให้ตนเองมีอำนาจ ด้วยวิธีอะไรก็ได้

        แล้วคำถามที่ตามมาคือ แล้วประเทศไทยล่ะจะต้องหาทางออกว่าจะทำกันอย่างไรที่จะทำให้ทุกคนพึงพอใจมากที่สุด เพราะถ้าทุกคนต่างต้องการให้ได้ในสิ่งที่ตนเองต้องการสูงสุดนั้น ไม่มีทางเลยที่จะทำให้สังคมไทยสงบ สถานการณ์ ณ วันนี้นั้นต้องการสถานการณ์ที่ทุกฝ่ายพอใจสูงสุดเท่าที่เป็นไปได้ ซึ่งในทางทฤษฏีเกม (Game theory) คณิตศาสตร์สาขาหนึ่งจะเรียกว่า Nash Equilibrium หรือ จุดสมดุลของแนช หรือในภาษาชาวบ้านที่เรารู้จักกันในชื่อ A Win-Win Situation ซึ่งการที่จะเดินไปถึงจุดดังกล่าวได้นั้นแต่ละฝ่ายต่างต้องมานั่งคิดว่าตนเองจะได้อะไรบ้างจะเสียอะไรบ้าง ถ้าเลือกทำในแนวทางหนึ่งและฝ่ายตรงข้ามเลือกทำในอีกแนวทางหนึ่ง ซึ่งเมื่อแต่ละฝ่ายได้คิดวิเคราะห์แล้วจะเห็นได้ว่าอาจจะมีทางออกที่ทุกฝ่ายพอใจก็เป็นได้

        วันนี้ผมอยากจะให้ทุกฝ่ายหยุดคิดกันสักนิดว่าเราจะเดินต่อไปข้างหน้าด้วยวิธีที่แต่ละฝ่ายทำกันอยู่ต่อไปหรือไม่อย่างไร เราจะมีแนวทางอย่างไรที่จะทำให้แต่ละฝ่ายลดราวาศอกลงได้ ซึ่งการที่แต่ละฝ่ายจะทราบได้ว่าที่จริงแล้วฝ่ายตรงข้ามต้องการอะไรกันแน่ ยอมอะไรได้บ้าง และยอมอะไรไม่ได้บ้าง ในทำนองเดียวกันต้องพิจารณาด้วยว่าตนเองต้องการอะไรกันแน่และยอมอะไรได้บ้าง ยอมอะไรไม่ได้บ้าง ย่อมจะมีแนวโน้มที่เป็นไปได้แน่

        การยุติความขัดแย้งด้วยสันติวิธีเป็นสิ่งที่ทำได้ยากแต่ถ้าเราไม่พยายามที่จะช่วยกันและมองผลประโยชน์แห่งชาติเป็นที่ตั้งแล้ว เราย่อมไม่สามารถที่จะก้าวไปข้างหน้าได้โดยบาดเจ็บน้อยที่สุด ซึ่งแนวทางที่น่าจะเป็นไปได้ควรที่จะเริ่มจากการเปิดเวทีเจรจา ถ้าทั้งสองฝ่ายเริ่มเปิดการเจรจา การยุติความขัดแย้งด้วยสันติวิธีก็มีโอกาสที่จะเป็นไปได้ แต่ถ้าไม่มีโอกาสแม้แต่จะเริ่มพูดคุยกัน แต่ละคนเสนอความต้องการของตนเองผ่านสื่อ คงเป็นเรื่องยากที่จะจบลง ……..ยังไงก็คิดกันให้มากๆ นะครับว่าเราทำเพื่อชาติหรือเรากำลังทำเพื่อทำลายชาติกันแน่ครับ…….
 

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( วันจันทร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ.2551 )
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
| Tortaharn.net | Powered by Mambopixel.com |