|
ทหารอาชีพ กองทัพกับทหารต่างยุค |
|
|
|
|
แก้ไขโดย ทอทหาร
|
|
วันพุธที่ 13 สิงหาคม พ.ศ.2551 |
|

ทุกวันนี้ผมเชื่อว่าเราๆ ท่านๆ
มักจะมีคำถามกันที่ว่าทำไมเด็กสมัยนี้จึงเป็นอย่างนั้น เป็นอย่างนี้
ไม่เห็นเป็นอย่างคนรุ่นก่อนๆ เลย
ซึ่งในวงการทหารเองก็ไม่ต่างกันที่มักจะมีคำถามกันมากมายว่า
ทำไมทหารสมัยนี้ถึงไม่มีลักษณะเหมือนทหารสมัยก่อน
ดังนั้นก่อนที่เราจะทำการคิดหรือตัดสินใจว่าใครเป็นอย่างไรนั้น
ผมคิดว่าถ้าเราทำความเข้าใจกับ คำว่า Generation หรือ คำว่า รุ่น (อายุ)
กันเสียก่อนอาจจะทำให้เรามีมุมมองหรือทัศนคติที่ดีขึ้นต่อคนที่อยู่ในช่วงอายุแตกต่างกันก็ได้
เพราะเราจะมีความเข้าใจในความเป็นตัวตนและสิ่งแวดล้อมที่หล่อหลอมให้คนแต่ละคนเป็นอย่างที่เขาเหล่านั้นเป็นตามเวลาที่เขาเหล่านั้นผ่านมา
นอกจากนี้ในปัจจุบันยังให้ความสำคัญกับการศึกษาและการบริหารจัดการ
เพื่อทำความใจในความแตกต่างทาง Generation ในองค์กรต่างๆ ได้ให้ความสนใจกันมาก
เนื่องจากจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อทรัพยากรมนุษย์ในองค์กรต่างๆ [1 - 3]
การศึกษาทำความเข้าใจในเรื่องของ
Generation นั้นเรื่องที่มีผู้ให้ความสนใจและทำการศึกษากันเป็นจำนวนมาก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทางสังคมศาสตร์ เช่น สาขาที่เกี่ยวข้องกับสังคมวิทยา
ศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการตลาดและนิเทศน์ศาสตร์ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมผู้บริโภค
เป็นต้น โดยมุมมองและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับ Generation
นั้นจะมีผู้ที่จำแนกแบ่งออกเป็นรุ่นต่างๆ มากมาย ดังเช่นในสหรัฐฯ มีผู้แบ่ง
Generation ออกเป็น 7 Generation [4]
ตั้งบุคคลที่เป็นผู้ใหญ่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 จนมาถึงปัจจุบัน โดยแบ่งออกเป็น
1) Lost Geration, 2) Gratest Generation, 3) Baby Boomers, 4) Generation Jones,
5) Generation X, 6) Generation Y และ 7) New Silent Generation
สำหรับประเทศไทยนั้นสภาวะแวดล้อมและความมีลักษณะเฉพาะทำให้การศึกษาเรื่อง
Generation ที่ส่วนใหญ่แล้วให้ความสนใจกันดังนี้
1) Baby
Boomers หรือ Generation Boomer หรือ Gen-B : เป็นผู้ที่เกิดในช่วง พ.ศ. 2489 -
2507 (ค.ศ.1946 1964) [5] ซึ่งเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
กำลังจะยุติและเริ่มสงครามทำให้เดินโยบายส่งเสริมให้แต่ละครอบครัวมีลูกมากหลังจากที่หลายชาติสูญเสียทหารในสงครามไปจำนวนมาก
การเกิดและเติบโตของคนในรุ่นนี้จึงเกิดขึ้นพร้อมๆ กับการบูรณะ การสร้าง การฟื้นฟู
ในหลายๆ สิ่ง ตยในกลุ่มนี้เป็นคนที่รู้คุณค่าของเงิน
ทำงานหนักเพื่อสร้างฐานะให้กับครอบครัว แต่งานอายุน้อย มีลูกเร็ว
มีค่านิยมทำงานราชการเพราะเชื่อว่าเป็นอาชีพที่มีเกียรติและศักดิ์ศรี
คนในกลุ่มนี้หากกำลังทำงานจะสะสมเงินเพื่อใช้ชีวิตในบั้นปลายอย่างมีความสุข
หากไม่ได้ทำงานแล้วเป็นผู้ที่ซื้อสินค้าตามความต้องการของตน
2)
Generation X หรือ X Generation หรือ Gen-X : เป็นผู้ที่เกิดในช่วง พ.ศ. 2508 -
2523 (ค.ศ.1965 1980) [6] คนในยุคนี้จะมีความแตกต่างกับคนในยุค Baby Boomers
เพราะมีการต่อสู้ดิ้นรนที่น้อยกว่า เพราะเป็นคนในรุ่นลูกหลานของ Baby Boomers
และเนื่องจากสภาพโดยรวมของเศรษฐกิจดีกว่ายุคที่ Baby Boomers กำลังอยู่ในวัยทำงาน
ทำให้ Gen-X สามารถเลือกงานได้มากกว่า
สามารถตั้งเงื่อนไขให้แก่ที่ทำงานได้ว่าตนเองต้องการทำงานแบบไหน เมื่อไร และอย่างไร
คนในยุคนี้ในขณะที่มีอายุเท่ากันจึงต่างกันมาก Baby Boomers ทำงานด้วยความดิ้นรน
ใช้แรงงาน รายได้น้อย และมักจะทำงานคนเดียว ในขณะที่ Gen-X ทำงานในลักษณะใช้ความคิด
สมาชิกหลักในครอบครัวทำงานทั้งสองคน รายได้ดีทั้งคู่ ใช้ชีวิตแบบคนทันสมัย และหลายๆ
คนเป็นหัวหน้างานของ Baby Boomers ที่อายุมากกว่า ประสบการณ์มากกว่า
แต่การศึกษาต่ำกว่า นอกจากนี้ยังมีนักวิชาการบางส่วนแบ่งคนในยุคนี้ออกเป็น
กลุ่มย่อยที่เรียกว่า Yuppies
ซึ่งเป็นกลุ่มคนหนุ่มสาวสมัยใหม่ในขณะนั้นที่มีรายได้สูง
มีกำลังซื้อสินค้าแบรนด์เนมดัง ๆ เป็นห่วงเป็นใยในเรื่องของภาพลักษณ์
กล้าที่จะใช้จ่ายฟุ่มเฟือย คนในยุคนี้หลายคนนิยมใช้บัตรเครดิต
3)
Generation Y หรือ Y Generation หรือ Gen-Y หรือ Why Generation :
เป็นผู้ที่เกิดในช่วง พ.ศ. 2523 - 2537 (ค.ศ.1980 1994) [7] :
เป็นกลุ่มคนที่เกิดขึ้นมาท่ามกลางความแตกต่างระหว่าง Baby Boomers กับ Gen-X โดยที่
Baby Boomers อาจจะเป็นปู่ย่าตายายหรือญาติผู้ใหญ่ในครอบครัว และมี Gen-X
เป็นบิดามารดา โดยที่ Baby Boomers ในครอบครัวอาจจะอยากให้ Gen-Y ทำตัวอยู่ในกรอบ
แต่ Gen-X กลับอยากให้ Gen-Y เป็นตัวของตัวเอง และท้าทายสิ่งที่เป็นอยู่เดิม Gen-Y
จึงมักจะสับสน แต่ก็มีความต้องการที่จะสำเร็จในทุกอย่างที่สนใจอย่างรวดเร็วกว่า
Baby Boomers และ Gen-X นอกจากนี้ Gen-Y ยังเป็นคนที่มีความใจร้อน
ต้องการเห็นผลสำเร็จทุกอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเชื่อในศักยภาพของตนเอง
และเชื่อว่ามีความพร้อมด้านฐานะทางการเงินที่มักจะได้รับการสนับสนุนจาก Gen-X
ซึ่งมีรายได้ดี โดยคนที่เป็น Gen-Y
มีความเชื่อว่าการประสบความสำเร็จในชีวิตจะเกิดขึ้นต้องทำงานหนัก
ทำให้มีการแต่งงานช้าลง มักจะแต่งงานเมื่ออายุ 30 ขึ้นไป
ถ้ามีแฟนแล้วแฟนมีอุปสรรคกับงานก็เลิกกับแฟน เลือกงาน คนกลุ่มนี้มักเปลี่ยนงานบ่อย
มีการบริหารเงินจากเครื่องมือต่าง ๆ คนกลุ่มนี้จึงมีเครดิตการ์ดมากกว่า 1 ใบ
มีการใช้บริการประเภท Personal Credit มากขึ้น
4)
Generation Z หรือ Gen-Z : เป็นคนรุ่นที่ถัดมาจาก Gen-Y เป็นผู้ที่เกิดในช่วง
พ.ศ. 2523 - 2537 (ค.ศ.1990 2001) [8] คนในรุ่นนี้จะมีหลายชื่อเรียกเช่น
Generation V ทีมาจากคำว่า virtual [9] หรือ Generation C ที่มาจากคำว่า community
หรือ content หรือ Internet Generation หรือ Google Generation
โดยที่คนในรุ่นนี้มีความผูกพันอยู่กับสื่อประเภทต่างๆ เช่น DVD, อินเตอร์เน็ต, MSN,
โทรศัพท์มือถือ, SMS, เครื่องเล่น MP3 และ IPOD เป็นต้น
คนในรุ่นนี้จะมีความคิดสร้างสรรมากกว่า Gen-X และ Gen-Y นอกจากนี้ Gen-Z
เป็นผู้ที่เกิดในช่วงของการแพร่ระบาดของการก่อการร้ายระบาดหรือสงครามในยุคที่ 4
ซึ่งจะแตกต่างจาก Baby Boomers ที่เกิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 Gen-X
ที่เกิดในช่วงสงครามเย็น และ Gen-Y เกิดในช่วงหลังสงครามเย็น
จากตัวอย่างที่กล่าวมาในเรื่องของคนในรุ่นต่างๆ
เราจะพบว่าสภาพของกองทัพปัจุจุบันมีแนวโน้มที่จะมีผู้บริหารระดับสูงของกองทัพเป็น
Baby Boomers มีผู้บริหารระดับกลางเป็น Gen-X มีผู้บังคับกองร้อยผู้บังคับหมวดเป็น
Gen-Y และมีพลทหารและนักเรียนทหารเป็น Gen-Z เพราะฉะนั้น
ความแตกต่างของคนในรุ่นต่างๆที่อยู่ในแต่ละระดับของกองทัพทำให้สภาพของการปกครองบังคับบัญชาและบริหารจัดการกองทัพเป็นไปด้วยความยากลำบาก
มีความสลับซับซ้อน
เพราะสภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนั้นเราไม่สามารถที่จะนำประสบการณ์ที่เคยมีมาจากในอดีตมาใช้ในการการปกครองบังคับบัญชาและบริหารจัดการได้โดยไม่ทำการประยุกต์หรือปรับปรุงใดๆ
ดังนั้นถ้ากำลังพลของกองทัพในทุกระดับมีความเข้าใจถึงความแตกต่างกันใน
Generation แล้ว การที่เราจะเดินไปข้างหน้าจะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
สามารถปฏิบัติได้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ได้กำหนดไว้
ซึ่งความจริงแล้วเรื่องเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกองทัพเท่านั้น
แต่กลับกลายเป็นเรื่องที่เกิดในทุกสาขาวิชาชีพ ความพยายามทำความเข้าใจในคนต่าง
Generation จึงเป็นเรื่องที่ทุกๆ จะต้องหันมาสนใจ
เพราะในปัจจุบันโลกได้เปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว
การนำแต่เพียงประสบการณ์ของตนเองคงเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยดีและมีประสิทธิภาพนัก
การให้ความสำคัญกับคนหรือทรัพยากรมนุษย์จึงเป็นเรื่องที่กองทัพต้องมีความเข้าใจ
และมีการกำหนดแนวทางที่มีความชัดเจน เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว
เราจะนำประเทศชาติไปสู่ความเสี่ยง เช่น
ผู้นำกองทัพยังมองภาพภัยคุกคามเป็นรูปแบบของการใช้กำลังขนาดใหญ่ ขณะที่ระดับรองๆ
ลงมามองภัยคุกคามที่แตกต่างกันไป ซึ่งวันนี้ทหารหลายๆ
คนต่างก็มีความสับสนว่าเราจะเดินกันอย่างไร เรากำลังเผชิญกับอะไร
เราจะมีความก้าวหน้ากันอย่างไร เรากำลังจะทำหน้าที่กันอย่างไร
ช่วยกันคิดเยอะนะครับก่อนที่เราจะไม่มีโอกาสได้คิดครับ
ขออย่าให้เป็นรักชาตินำลายไหล หรือ ผลักภาระให้เป็นเรื่องของคนใน Genertion
ถัดๆไปแล้วท่านก็รอแค่วันเกษียณอายุราชการนะครับ......................
อ้างอิง
[1] www.versantworks.com/knowledgecenter/EB_AligningMultiGenWorkforce.pdf.
[2]
http://assets.aarp.org/www.aarp.org_/articles/money/employers/leading_multigenerational_workforce.pdf.
[3]
http://www.thediversitytoolkit.com/managers/pdfs/Managing%20a%20Multigenerational%20Workforce.pdf.
[4] http://en.wikipedia.org/wiki/List_of_generations.
[5]
http://www.census.gov/Press-Release/www/releases/archives/facts_for_features_special_editions/006105.html.
[6] http://www.time.com/time/arts/article/0,8599,1731528,00.html.
[7] http://en.wikipedia.org/wiki/Generation_Y.
[8] http://en.wikipedia.org/wiki/New_Silent_Generation.
[9]
http://www.usatoday.com/money/smallbusiness/columnist/strauss/2008-06-02-younger-generations_N.htm.
|
|
แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( วันพุธที่ 13 สิงหาคม พ.ศ.2551 )
|