Tortaharn.net

Thursday, 09 September 2010

รายการ
หน้าแรก
ความฝันอันสูงสุด
วัตถุประสงค์
บทความ
ประวัติศาสตร์ทหาร
หนังสือ
รู้จักทอทหาร
ทอทหาร Facebook
ทอทหาร Twitter
ติดต่อทอทหาร
เชื่อมโยง
ค้นหา
สมุดเยี่ยม
เพื่อนบ้านน่าสนใจ
Guru-ICT.com
ทหารดอทเน็ต
ตท.26/จปร.37
ประชาสรรค์
อานันท์
เวบมาสเตอร์
แก้ไขระบบ
บุคคลออนไลน์
ขณะนี้มี 60 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
เข้าสู่ระบบ
ชื่อผู้ใช้

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อกอิน
ลืมรหัสผ่าน?
ยังไม่ได้ลงทะเบียน? ลงทะเบียนใหม่
ปฏิทิน
« มิถุนายน 2010  
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930     
เวลาปัจจุบัน
สถิติ
จำนวนสมาชิก : 6017
จำนวนข่าวสาร : 176
เว็บลิงค์: 21
ผู้เยี่ยมชม: 4241632
Syndicate
ทหารอาชีพ – การจัดวางตำแหน่งกองทัพในสังคมไทย (ฉบับทอทหาร) PDF พิมพ์ ส่งเมล
แก้ไขโดย ทอทหาร   
วันพฤหัสบดีที่ 04 ธันวาคม พ.ศ.2551


        ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายที่ดำเนินต่อไปในสังคมไทย สิ่งต่างๆ คงได้พัฒนามาจนใกล้จะถึงจุดสิ้นสุด แต่ก็ยังไม่มีใครสามารถตอบได้ว่าจุดนั้นจะคืออะไรและจะถึงกันเมื่อไหร่ สิ่งที่ประชาชนคนไทยหลายล้านคนคงจะมีคำถามในลักษณะเดียวกันว่าจะยุติกันได้รึยัง อย่างที่ผมเคยกล่าวเสมอว่า ถ้าทุกคนยึดถือเอาผลประโยชน์แห่งชาติเป็นที่ตั้งแล้ว สถานการณ์ที่วุ่นวายคงยุติลงไปนานแล้ว แต่ปัจจุบันนี้สิ่งที่เกิดจากทุกฝ่ายนั้นต่างล้วนแต่ยึดเอาผลประโยชน์ของตนเองหรือกลุ่มของตน เป็นที่ตั้ง ไม่ยอมลดราวาศอก ยึดมั่นถือมั่นในอัตตาของตนจนทำให้สถานการณ์พัฒนาไปไกลเกินกว่าที่จะยุติลงด้วยสันติวิธี พร้อมๆ กับความคาดหวังในกองทัพให้แสดงบทบาทที่เหมาะสมที่สุดสำหรับสังคมไทย

        ความจริงแล้วถ้าเรามองย้อนไปในอดีตตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณายาสิทธิราชย์ มาเป็นการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข นั้นจะพบว่าทหารหรือกองทัพจะมีความเกี่ยวพันกับการเมืองมายาวนาน มีทั้งเล่นบทเป็นนักการทหาร หรือนักการเมือง หรือเล่นทั้งสองบทไปพร้อมๆ กัน ซึ่งหลังจากช่วงสงครามเย็นยุติลง บทบาทดังกล่าวนั้นได้รับการต่อต้านจากภาคส่วนอื่นๆ ที่มองว่าทหารควรจะกลับไปยืนอยู่ห่างไกลจากการเมืองตามแนวความคิดของ แซมมวล พี. ฮันทิงตัน (Samuel P. Huntington) นักวิชารัฐศาสตร์ชาวตะวันตก ที่กล่าวไว้ในหนังสือ “Solider and The State: The Theory and Politics of Civil-Military Relations”

        แต่แล้วเมื่อการเมืองในประเทศไทยได้พัฒนามาถึงปัจจุบัน ณ จุดที่การเมืองภาคประชาชนเข้ามามีบทบาทและมีส่วนร่วมมากขึ้น ทำให้เกิดการเรียกร้อง ต่อรอง และ ต่อต้าน แต่ด้วยความที่พลังอำนาจของการเมืองภาคประชาชนที่ยังไม่มีความเข้มแข็งพอ ทำให้การต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจหรือเป็นตามที่กลุ่มตนเองมีความต้องการนั้นต้องอาศัยพลังอำนาจจากกลุ่มอื่นๆ เข้ามาช่วยสนับสนุน เช่น พรรคการเมือง ตุลาการ สื่อมวลชน และกองทัพ เป็นต้น ดังนั้นจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่เราจะพบเห็นบ่อยครั้งที่ การเคลื่อนไหวเรียกร้องต่างๆ นั้นการเมืองภาคประชาชน หรือประชาสังคมจะพยายามเรียกร้องให้กลุ่มอื่นๆ ที่มีศักยภาพเข้ามาสนับสนุนการเคลื่อนไหวในฝั่งตน        

        ณ วันนี้กองทัพเอกก็ได้รับผลกระทบจากการเรียกร้องของกลุ่มต่างๆ ให้แสดงจุดยืนที่มีความชัดเจนว่า กองทัพจะดำเนินการอย่างไรท่ามกลางกระแสความขัดแย้ง ทำให้กองทัพแต่ละเหล่าทัพออกมาแสดงจุดยืนของตนเองที่มีต่อสังคม ซึ่งผลที่ตามมาคือ การแสดงท่าทีดังกล่าวออกมาในเชิงลบมากกว่าเชิงบวก

       สำหรับบทความนี้จะขอนำเสนอแนวทางในการกำหนดจุดยืนที่กองทัพควรจะวางตัว โดยมียุทธศาสตร “ร้อยใจไว้ไทยทั้งชาติ” ดำเนินการในลักษณะเป็นขั้นเป็นตอน 4 ขั้นตามภาพที่ 1 โดยมีรายละเอียดดังนี้

 

ภาพที่ 1 บทบาทของกองทัพในสภาวะการเมืองไม่มีเสถียรภาพ


        ขั้นที่ 1 นิ่ง – ความหมายของการนิ่งในที่นี้คือ การแสดงจุดยืนที่มีความชัดเจนและวางตัวเป็นกลางอย่างแท้จริง โดยยึดมั่นในความเป็นทหารอาชีพ การดำเนินการใดๆ ก็ตามที่อาจจะมีไปในทิศทางที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นทหารอาชีพ เช่นการให้สัมภาษณ์โดยไม่มีอำนาจหน้าที่ การปรากฏตัวโดยใส่เครื่องแบบในเวทีปราศัยที่มีลักษณะของการเลือกข้างที่ชัดเจน หรือการกระทำใดๆ ที่ส่งผลให้เกิดภาพว่ากองทัพมีการเลือกข้าง สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะต้องได้รับการควบคุมดูแลเพื่อให้กองทัพเป็นสถาบันที่มีความเป็นมืออาชีพ หรือที่เรียกว่าทหารอาชีพ โดยในขั้นนี้นั้นผู้ที่เป็นผู้ที่รับผิดชอบหลักจะได้แก่หน่วยงานสายกำลังพลและหน่วยงานที่ควบคุมตรวจสอบให้เป็นไปตามกฏระเบียบ

        ขั้นที่ 2 สาน – ความหมายของสานคือ บทบาทของกองทัพในการเป็นผู้ประสานงานหลัก ที่จะเป็นคนกลางในการหาแนวทางที่จะนำไปสู่การเจรจาระหว่างฝ่ายต่างๆ เพราะแนวทางที่จะนำไปสู่การยุติความขัดแย้งด้วยสันติวิธีนั้นจะต้องเริ่มต้นจากการยอมเข้าร่วมเจรจาจากทุกฝ่าย การดำเนินการในขั้นถ้ากองทัพมีจุดยืนที่มีความชัดเจนในการเป็นทหารอาชีพ ไม่เลือกข้าง ไม่เลือกปฏิบัติ แล้วความน่าเชื่อถือ การยอมรับจะเกิดขึ้นกับทุกฝ่าย ทำให้การเป็นผู้ประสานงานหลักในการจัดให้เกิดการเจรจา สำหรับเจ้าภาพหลักในการดำเนินการในขั้นนี้คือ หน่วยงานการศึกษาของกองทัพ หรือหน่วยงานด้านปฏิบัติการจิตวิทยา

        ขั้นที่ 3 สมาน – ความหมายของการดำเนินการในขั้นคือการขยายผลและส่งเสริมให้เกิดบรรยากาศแห่งความสมานฉันท์ โดยกองทัพจะเป็นผู้ที่รณรงค์และสร้างสภาวะแวดล้อมในสังคมไทยให้มีบรรกาศแห่งความสมานฉันท์ โดยใช้สื่อทั้งมวลของกองทัพ และรวมไปถึงการเป็นผู้ประสานสื่อมวลชนต่างๆ ร่วมกันรณรงค์ให้ความปรองดองสมานฉันท์ เอื้ออาทรต่อกัน เป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องร่วมกันนำกลับมาสู่สังคมไทยให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

        ขั้นที่ 4 ฟื้น – ความหมายของการดำเนินการในขั้นตอนนี้คือ การมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูสภาพ เมื่อความแตกแยกต่างๆ คลี่คลายลง ปัญหาใหญที่ตามมาคือความเสียหายและความสูญเสีย ซึ่งผู้ที่ได้รับผลกระทบไม่ว่าจะเป็นบุคคลหรือหน่วยงาน ต่างก็ล้วนแต่ต้องการการฟื้นฟูสภาพให้กลับเข้าสู่สภาพปกติ ทั้งนี้รวมไปถึงการดูแลรักษาเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้น โดยหน่วยงานที่ทำหน้าที่หลักจะเป็นหน่วยงานด้านปฏิบัติการจิตวิทยา กิจการพลเรือน ประชาสัมพันธ์ เสนารักษ์ และหน่วยงานทหารช่างหรือยุทธบริการ

        อย่างไรก็ดีการดำเนินการตามแนวคิดยุทธศาสตร์ ร้อยใจไว้ไทยทั้งชาติ จะประสบความสำเร็จไปไม่ได้ถ้า ผู้นำกองทัพมีจิตใจที่โอนเอียงไปเข้าข้างใดข้างหนึ่ง และมีวาระซ่อนเร้น เพราะถ้ากระทำดังกล่าวจริง จะทำให้กองทัพขาดความน่าเชื่อถือในสายตาคนภายนอก เพราะฉะนั้นแนวความคิดที่จะกดดันทหารให้เลือกข้างจึงเป็นแนวความคิดที่ไม่น่าที่จะถูกต้องนัก ทั้งนี้เพราะ กองทัพเป็นกำลังอำนาจของชาติด้านการทหาร ที่ยังคงมีเสถียรภาพอยู่ด้านเดียว การที่จะรีบให้ทหารออกมาเลือกข้างเท่ากับเราทิ้งไพ่ใบสุดท้ายที่มีออยู่ในมือ ซึ่งถ้าเราทิ้งไพ่ไปแล้วไม่ได้ผลอะไรเลย เราจะไม่เหลือกำลังอำนาจของชาติที่มีเสถียรภาพสักด้านเลย

        สังคมไทยวันเป็นเรื่องที่เราประชาชนคนไทยจะต้องตระหนักและมีส่วนร่วมในการที่จะช่วยกันแก้ปัญหา ความขัดแย้งที่เกิดขื้นนั้นเป็นความรับผิดชอบของคนไทยทุกคน ไม่ใช่เป็นแต่เรื่องของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น และถ้าเราคนไทยทุกคนยึดถือเอาผลประโยชน์แห่งชาติเป็นที่ตั้งแล้ว เหตุการณ์ต่างๆ คงไม่ล่วงเลยมาถึงจุดที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน นอกจากนี้แต่ละฝ่ายล้วนแต่อ้างว่าเพราะมีความจงรักภักดี ต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จึงได้ออกมาเคลื่อนไหว แต่การกระทำนั้นตรงข้ามกับที่แอบอ้าง นี่แหละครับการกระทำของคนที่บอกว่ารักประเทศไทย ……..

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( วันพฤหัสบดีที่ 11 ธันวาคม พ.ศ.2551 )
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
| Tortaharn.net | Powered by Mambopixel.com |