|

<Download ฉบับ PDF>
๑. กล่าวนำ
หลังจากรัฐบาลทหารได้จัดให้มีการพิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญเผยแพร่แก่สาธารณะ
โดยกำหนดให้มีการเลือกตั้งผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปใน พ.ศ.๒๕๕๓ และวันที่ ๒๖ ก.พ.
๒๕๕๑ รัฐบาลทหารได้ตรากฎหมายว่าด้วยการออกเสียงประชามติเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ
รวมถึงแต่งตั้งคณะกรรมการควบคุมการออกเสียงประชามติ [๑] และเมื่อ วันที่ ๑๐ พ.ค.
๒๕๕๑ ที่ผ่านมาได้มีการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญฯ ฉบับดังกล่าว ด้วยคะแนนร้อยละ
๙๒.๔ หรือ ๒๐,๗๘๖,๕๙๖ คน จาก ผู้มาใช้สิทธิ ๒๒ ล้านคน และมีประชาชนเมียนมาร์ราว ๑.๓
ล้านคนที่ลงมติคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญ ขณะที่อีก ๓๓๔,๕๘๔ คนไม่ออกเสียง [๒]
โดยมีประชาชนเมียนมาร์ออกมาลงประชามติถึงร้อยละ ๙๙.๐๗
โดยผลการลงประชามติดังกล่าวเป็นการนับคะแนนเฉพาะ ๒๗๘ อำเภอจาก ๓๒๕ อำเภอทั่วประเทศ
โดยอีก ๔๗ อำเภอที่เหลือในเขตอิระวดีและบางส่วนของเขตย่างกุ้งมีการเลื่อนการลงประชามติไปเป็นวันที่
๒๔ พ.ค. ๕๑ เนื่องจากเป็นพื้นที่ประสบภัยจากพายุไซโคลนนาร์กิส [๓]
จากการลงประชามติฯ
ดังกล่าวย่อมแสดงให้เห็นว่า
รัฐบาลทหารพม่ากำลังจะผลักดันให้เกิดการเลือกตั้งขึ้นในปี ๒๕๕๓ ตาม Road Map
สู่ประชาธิปไตยที่ได้กำหนดไว้
แต่อย่างไรก็ตามการเลือกตั้งที่จะคาดหวังไว้และถูกเฝ้าจับตามองจากนานาชาติจะเกิดขึ้นได้หรือไม่นั้นคงเป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
เพราะการเลือกตั้งฯ ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม
ซึ่งการประเมินสถานการณ์การเลือกตั้งในเมียนมาร์ ปี ๒๕๕๓
จะมีรายละเอียดในเอกสารฉบับนี้
๒. วิเคราะห์แนวโน้มการเกิดเหตุการณ์
ในการวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมืองในประเทศเมียนมาร์ ภายหลังการเลือกตั้งในปี ๒๕๕๓
ของเมียนมาร์นั้น แนวทางที่เป็นไปได้ประกอบด้วยประเด็นหลักๆ สองประเด็นได้แก่ ๑)
จะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นหรือไม่ และ ๒) พรรคสันนิบาติแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย
(National League for Democracy : NLD) จะลงรับสมัครเลือกตั้งหรือไม่
โดยที่ประเด็นแรกจะเกิดขึ้นก่อน และประเด้นที่สองจะเกิดขึ้นตามมา
ซึ่งเป็นการตัดสินใจของทั้งฝ่ายรัฐบาลเมียนมาร์ในปัจจุบัน และการตัดสินใจของพรรค
NLD
สำหรับการวิเคราะห์แนวโน้มของเหตุการณ์ในเอกสารนี้จะใช้ทฤษฏีเกม (Game Theory)
เป็นเครื่องมือช่วยในการตัดสินใจ การเกิดขึ้นของสถานการณ์จะมีลักษณะเป็นไปตามลำดับ
(Sequential Move) คือมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตัดสินใจก่อนแล้วฝ่ายหนึ่งจะตัดสินใจตาม
ในกรณีนี้ ฝ่ายรัฐบาลจะเป็นผู้ที่ตัดสินใจก่อน หลังจากนั้นพรรค NLD จะตัดสินใจตาม
ซึ่งสามารถเขียนเป็นตารางคะแนนประโยชน์ได้ตามมุมมองของแต่ละฝ่าย ได้ดังตารางที่ ๑
และ ๒ โดยกรณีที่มีคะแนนมาก หมายถึงได้ประโยชน์กับฝ่ายตนเองมากกว่าฝ่ายตรงข้าม

ภาพที่ ๑
ตารางคะแนนประโยชน์การประเมินสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศเมียนมาร์
ภายหลังการเลือกตั้งในปี ๒๕๕๓
จากตารางที่ ๑ และ ๒
สามารถนำมาสร้างเป็นตารางคะแนน ได้ในภาพที่ ๑
โดยแสดงถึงตารางคะแนนประโยชน์ที่ได้จากมุมมองของทั้งสองฝ่าย
และจากภาพดังกล่าวสามารถนำมาสร้างเป็น
แผนผังขั้นตอนการตัดสินใจของรัฐบาลทหารและพรรค NLD ได้
เพื่อใช้ในการวิเคราะห์การตัดสินใจของทั้งสองฝ่าย ดังปรากฏในภาพที่ ๒
ในสถานการณ์ปัจจุบันรัฐบาลทหารจะเป็นผู้ที่ตัดสินใจก่อน และพรรค NLD
จะตัดสินใจตาม
และสามารถวิเคราะห์ได้ว่าเมื่อรัฐบาลทหารเมียนมาร์ตัดสินใจให้มีการเลือกตั้งขึ้น
จะส่งผลให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีขึ้น ทำให้ได้คะแนนที่มีน้ำหนักเท่ากับ ๒ หรือ ๓
ในขณะที่ ถ้าไม่จัดให้มีการเลือกตั้งแล้วรัฐบาลจะมีน้ำหนักคะแนนเ เท่ากับ ๑ และ
๒
เมื่อรัฐบาลทหารจัดให้มีการเลือกตั้งแล้ว การตัดสินใจของพรรค NLD
จะมีทางเลือกอยู่ ๒ แนวทางคือ ลงสมัครหรือไม่ลงสมัคร ถ้าพรรค NLD
ลงสมัครจะทำให้มีน้ำหนักคะแนนเท่ากับ ๑ แต่ถ้า พรรค NLD ไม่ลงสมัคร
จะมีนำหนักคะแนนเท่ากับ ๒ ซึ่งมากกว่า ๑ ทำให้มีแนวโน้มที่พรรค NLD
จะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง
เพราะการลงสมัครรับเลือกตั้งจะเป็นการสร้างความชอบธรรมให้กับรัฐบาลทหารพม่า
ภายหลังจากการเลือกตั้งมากยิ่งขึ้น

ภาพที่ ๒ แสดงถึงแผนผังขั้นตอนการตัดสินใจของรัฐบาลทหารและพรรค NLD
ดังนั้นถ้ารัฐบาลทหารตัดสินใจให้มีการเลือกตั้ง และพรรค NLD
ตัดสินใจที่จะไม่ลงสมัครเลือกตั้ง ด้วยแล้ว จะถือว่าการตัดสินใจของทั้ง ๒
ฝ่ายเป็นการตัดสินใจที่ก่อให้เกิดจุดดุลภาพขึ้น
และเป็นประโยชน์สูงสุดที่แต่ละฝ่ายจะสามารถมีได้
โดยไม่ได้ก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างกันขึ้น
สำหรับความเสี่ยงที่จะเผชิญและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทยจะมีรายละเอียดในหัวข้อถัดไป
๓.
ความเสี่ยงและผลกระทบ
จากการวิเคราะห์แนวโน้มการเกิดเหตุการณ์การเลือกตั้งในเมียนมาร์ในปี ๒๕๕๓
นั้นจะพบว่า รัฐบาลทหารพม่านั้นต้องพยายามจัดให้มีการเลือกตั้งตาม Road Map
สู่ประชาธิปไตยที่ได้กำหนดไว้ ทำให้การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในปี ๒๕๕๓
นั้นเป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการให้ลุล่วง
และที่สำคัญคือถ้าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นจริงนั้น
รัฐบาลทหารจะต้องเป็นฝ่ายที่ได้รับชัยชนะ ไม่ว่าจะส่งผู้แทนที่เป็นทหาร
หรือผู้แทนที่เป็นพลเรือน
ดังนั้นรัฐบาลทหารจะต้องดำเนินการทั้งมวลเพื่อให้เกิดความได้เปรียบ ดังเช่น
การพิพากษาคดีของนางอองซานซูจี ที่ละเมิดกฏหมายการกักกัน
ทำให้ไม่สามารถลงเลือกตั้งได้
และยังรวมไปถึงการดำเนินการกับผู้ที่คาดว่าจะเป็นคู่แข่งในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น
เพื่อให้เกิดความได้เปรียบทั้งมวล
เมื่อรัฐบาลทหารทำการกดดันอย่างหนักในด้านต่างๆ
พรรค NLD เองก็จะต้องหามาตรการต่างๆ เข้ามาต่อรอง
เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะเป็นไปได้ง่ายที่สุดคือ
การประท้วงไม่ลงเลือกตั้งในครั้งนี้ และการต่อต้านการเลือกตั้งโดยสงบ
พร้อมทั้งใช้การปฏิบัติการข่าวสาร (Information Operations : IO)
โดยใช้สื่อมวลชนต่างชาติเป็นเครื่องมือในการต่อสู้ เพื่อสร้างแรงกดดันจากภายนอก
และพยายามชี้ให้เห็นถึงความไม่โปร่งใสในการจัดการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น
นอกเหนือจากการดำเนินการดังกล่าว สิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นได้คือ
ความพยายามในการเรียกร้องและก่อความไม่สงบโดยใช้พลังประชาชน
โดยเริ่มจากการเรียกร้องด้วยความสงบและอาจจะพัฒนาไปสู่การจราจล
เพื่อนำไปสู่การใช้กำลังและความรุนแรงเข้าสลายการก่อความไม่สงบดังกล่าว
และพัฒนาสถานการณ์ไปสู่การแทรกแซงจากนานาชาติ
อย่างไรก็ตามการดำเนินการในลักษณะนี้เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยการสนับสนุนจากภายนอกประเทศ
และดำเนินการอย่างปกปิด
ประกอบกับรัฐบาลทหารเป็นรัฐบาลที่มีอำนาจเบ็กเสร็จเด็ดขาด
การดำเนินการในแนวทางนี้จึงเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายที่จะบรรลุผล
สำหรับพื้นที่ห่างไกลนั้นและอยู่ในเขตอิทธิพลชนกลุ่มน้อย
อาจจะมีความพยายามในการขัดขวางการเลือกตั้ง โดยใช้สงครามกองโจร
เข้าปฏิบัติต่อการขนหีบเลือกตั้ง หรือก่อวินาศกรรมพื้นที่ลงทะเบียน
เพื่อสร้างปัญหาให้กับกระบวนการเลือกตั้ง และผลของการเลือกตั้งที่เกิดขึ้น
ดังนั้นเมื่อพิจารณาถึงความเสี่ยงและผลกระทบที่เกิดขึ้นสามารถจัดทำเป็นตารางความเสี่ยงและผลกระทบดังแสดงในภาพที่
๓ และจะเห็นได้ว่าความเสี่ยงและผลกระทบของการเลือกตั้งในปี ๒๕๕๓
สามารถแบ่งกลุ่มได้ออกเป็น ๒ กลุ่มคือ
กลุ่มแรกเป็นกลุ่มของเหตุการณ์ที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ง่ายแต่มีผลกระทบกับเมียนมาร์และนานาชาติน้อย
เหตุการณ์ในกลุ่มนี้จะเป็นการต่อต้านการเลือกตั้งโดยความสงบ
การใช้สื่อมวลชนต่างชาติกดดัน และการกดดันจากนานาชาติ
เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ง่าย
เพราะเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ต้องใช้การเตรียมการมาก
และเกิดขึ้นบ่อยครั้งในปัจจุบัน
และด้วยความที่เกิดขึ้นบ่อยทำให้ผลกระทบที่มีต่อรัฐบาลทหารไม่มากนัก

ภาพที่ ๓
ตารางความเสี่ยงและผลกระทบของการเลือกตั้งในปี ๒๕๕๓ ของเมียนมาร์
โดยแนวทางที่จะเผชิญกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งนั้น
จะพิจารณาจากกลุ่มของเหตุการณ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นสองกลุ่ม
คือกลุ่มที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ง่ายแต่มีผลกระทบน้อย และ
กลุ่มที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ยากแต่มีผลกระทบมาก
และพิจาณาแนวทางเฉพาะกับเหตุกาณ์แต่ละเหตุการณ์ สามารถกำหนดแนวทางได้ตามตารางที่ ๓


จากตารางที่ ๓
จะพบว่าสถานการณ์ภายหลังการเลือกตั้งของเมียนมาร์มีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดความขัดแย้งต่างๆ
ส่วนจะมีความรุนแรงมากน้อยเพียงใด นั้น
จะขึ้นอยู่กับปัจจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศ ณ ขณะนั้นว่าจะส่งอิทธิพลเพียงใด
แต่ไม่ว่าจะมีความรุนแรงในระดับใด ประเทศไทยย่อมเป็นประเทศแรกๆ
ที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม
การเตรียมความพร้อมที่จะเผชิญกับสถาการณ์ย่อมจะช่วยให้จัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้ดีและเหมาะสมมากขึ้น
๕. บทสรุป
จากการศึกษาสถานการณ์การเลือกตั้ง ปี ๒๕๕๓
ที่จะเกิดขึ้นในเมียนมาร์
นั้นจะพบว่ารัฐบาลทหารของเมียนมาร์คงจะต้องพยามที่จะผลักดันให้เกิดการเลือกตั้ง
เพื่อให้เป็นไปตาม Road Map สู่ประชาธิปไตยตามที่ได้มีการกำหนดล่วงหน้าไว้แล้ว
เพราะการเดินทางแนวทางที่กำหนดไว้ใน Road Map
ดังกล่าวจะช่วยให้ภาพพจน์ของเมียนมาร์ดีมากขึ้นในสายตาของนานาชาติ
อย่างไรก็ตาม
การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นนั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลทหารจะต้อง
ได้รับชัยชนะ
ไม่ว่าผู้ที่ลงสมัครที่เป็นตัวแทนรัฐบาลทหารเมียนมาร์จะเป็นทหารหรือพลเรือน
เพราะยังคงมีความจำเป็นที่ต้องสืบทอดอำนาจ
ประกอบกับรัฐบาลทหารเป็นฝ่ายที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น
จะมีความโปร่งใสมากน้อยแค่ไหนเป็นสิ่งที่ไม่มีความสำคัญมากนัก
ทำให้ฝ่ายรัฐบาลทหารเป็นฝ่ายที่มีความได้เปรียบ
ในขณะที่พรรค NLD
ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านที่มีบทบาสำคัญมาตั้งแต่อดีต อย่างเช่น การได้รับ
ชัยชนะอย่างท่วมท้นในการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อ ๒๗ พ.ค. ๒๕๕๓ [๔] ในขณะที่ นาง
อองซานซูจี ผู้ก่อตั้งพรรค NLD ยังคงถูกกักบริเวณอยู่
แต่ด้วยความเสียเปรียบที่มีต่อรัฐบาลทหารในเกือบจะทุกด้าน เช่น
การลงมติรับรัฐธรรมนูญ เมื่อ พ.ค. ๕๑ ที่ผ่านมา [๕] ถ้าการเลือกตั้งใน ปี ๒๕๕๓ พรรค
NLD ตัดสินใจที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งท่ามกลางความเสียเปรียบแล้วนั้น
ย่อมจะเป็นการสร้างการยอมรับให้กับผลการเลือกตั้งที่เกิดขึ้น
ซึ่งจะเป็นผลเสียต่อพรรคมากกว่าได้ และถ้าใช้ทฤษฎีเกม
มาช่วยวิเคราะห์แล้วจะพบว่ามีความเป็นไปได้มากว่าพรรค NLD จะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง
และเป็นไปได้ว่าจะทำการเคลื่อนไหวนอกกระบวนการเลือกตั้งแทน
เมื่อทำการศีกษาถึงสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นจะพบว่า
สถานการณ์ที่จะเกิดขี้นสามารถแบ่งออกเป็น ๒ กลุ่มคือ
๑) กลุ่มที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ง่ายแต่มีผลกระทบน้อย
ที่ประกอบไปด้วยเหตุการณ์ การต่อต้านการเลือกตั้งโดยความสงบ
การใช้สื่อมวลชนต่างชาติกดดัน และการกดดันจากนานาชาติ
๒) กลุ่มที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ยากแต่มีผลกระทบมาก
ที่ประกอบไปด้วยเหตุการณ์ การจราจลที่สามารถควบคุมได้
การจราจลที่ไม่สามารถควบคุมได้ และการใช้สงครามกองโจรขัดขวางการเลือกตั้ง
สำหรับผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้นจะขึ้นอยู่กับความระดับความรุนแรงที่เกิดขึ้น
แต่ไม่ว่าจะมีความรุนแรงจะเป็นอย่างไร ประเทศไทยย่อมที่จะถูกจับตามองบทบาท
และท่าทีจากนานาประเทศ ทั้งจากประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐ และ EU
หรือจะเป็นประเทศในเอเซีย และประเทศสมาชิกอาเซียน
ทำให้ไทยต้องเตรียมพร้อมที่จะเผชิญกับปัญหาต่างๆ ด้วยวิธีการที่เหมาะสม
เพื่อให้ไทยมีความสง่างามในเวทีนานาชาติ
๖. อ้างอิง
[๑] http://www.prachatai.com/journal/2008/05/16718.
[๒] Ibid.
[๓] http://th.wikipedia.org/wiki/ออง_ซาน_ซูจี.
[๔] http://th.
|