|
GT200 - เครื่องตรวจระเบิดเจ้าปัญหากับมุมมองหลายด้าน |
|
|
|
|
แก้ไขโดย ทอทหาร
|
|
วันจันทร์ที่ 01 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2553 |
|

< Download ฉบับ PDF
>
1. กล่าวนำ
คงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมีการกล่าวถึงเครื่องตรวจระเบิดที่มีลักษณะของแท่งดาวซิ่ง
(dowsing rod) ที่มีกล่าวถึงเป็นอย่างมากในปัจจุบัน
เพราะคงมีคำถามมากมายที่สังคมไทยให้ความสนใจไม่ว่าจะเป็นเรื่องของระบบการทำงาน
ประสิทธิภาพที่ยอมรับได้ และ
ที่สำคัญเครื่องตรวจระเบิดเหล่านี้ราคาค่อนข้างแพงเมื่อเทียบกับรูปลักษณ์ภายนอกที่ทุกคนได้เห็นและสัมผัส
และด้วยคำถามเหล่านี้เองทำให้เกิดกระแสเรื่องดังกล่าวจะทุกคนที่กระโดดเข้าไปในกระแสนี้แล้วคล้อยไปกับกระแสจนลืมนึกถึงเรื่องที่สำคัญในบางเรื่องนั่นคือ
ขวัญและกำลังใจของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติการในสนาม แต่ไม่มีใครพูดถึงเลย
ทำให้การมองปัญหาดังกล่าวของคนไทยส่วนใหญ่แล้วอาจจะไม่มีความเข้าใจในเรื่องการปฏิบัติการในสนามของเจ้าหน้าที่ที่ต้องเสี่ยงภัยต่างๆ
เพราะมุ่งเน้นไปที่ความสำคัญของวิทยาศาสตร์
และการคอร์รัปชั่นหรือกระบวนการในการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์
2. ปัญหาของ GT 200
เรื่องของ GT200
เริ่มเป็นข่าวใหญ่เมื่อ สำนักข่าว BBC
ของอังกฤษออกข่าวเกี่ยวกับเครื่องตรวจวัตถุระเบิดรุ่น ADE651 และ GT200
ว่าไม่สามารถตรวจระเบิดได้จริงหลังการผ่าพิสูจน์
และทางการอังกฤษได้สั่งห้ามส่งอุปกรณ์ดังกล่าวไปจำหน่ายที่อิรักกับอัฟกานิสถาน
เมื่อปลายเดือน ม.ค.53 ที่ผ่านมา ประเด็นดังกล่าวได้นำมาซึ่งข้อถกเถียง
และถูกผลักออกไปสู่การเป็นวาระแห่งชาติ เพราะสังคมได้มีคำถามว่าเครื่องมือ GT200
เป็นเครื่องมีที่ประจำการอยู่ในประเทศไทย
และเครื่องมือดังกล่าวสามารถใช้งานได้จริงหรือไม่ ประกอบกับเรื่องเครื่องมือ GT200
นี้ได้มีคำถามกันมาก่อนหน้านี้ในเวบบอร์ดชื่อดังแห่งหนึ่งจากนักวิชาการบางท่าน
และเมื่อประกอบกับสำนักข่าว BBC
ออกข่าวทำให้ประเด็นนี้ถูกสื่อนำออกมาเล่นเป็นประเด็นขึ้นมา
สำหรับปัญหาดังกล่าวนี้ปัจจุบันได้กลายมาเป็นกระแส
และเมื่อเป็นกระแสแล้วก็อาจจะทำให้การมองปัญหาต่างๆ นั้นไม่ครอบคลุม
เพราะทุกคนตั้งสมุมติฐานในใจไปแล้ว
สิ่งที่อยากให้ทุกท่านมองไปที่ปัญหาอย่างแท้จริงว่า ในปัจจุบันเครื่องมือ GT200
ไม่ใช่เครื่องมือที่มีแผนจะจัดหาเข้าประจำการ
แต่เป็นเครื่องมือนี้ถูกส่งไปถึงมือผู้ใช้งานมาช่วงหนึ่ง
และผู้ใช้ส่วนมากใช้แล้วมีความรู้สึกว่าสามารถหาระเบิดได้ระดับหนึ่ง
แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นจะต้องใช้ประกอบกับเครื่องมือประเภทอื่นด้วย
ประเด็นนี้จึงก่อให้ความคิดเห็นในลักษณะที่สวนทางกันและนำไปสู่ความขัดแย้งทางความคิดในสังคมในที่สุด
สิ่งที่สำคัญในเรื่องนี้คือ
ต้องแยกประเด็นการมองออกเป็นส่วนๆ
เพราะหากนำประเด็นปัญหาทั้งหมดมารวมกันแล้วย่อมจะทำให้เรื่องหลายเรื่องมาผสมรวมกัน
ทั้งที่มีมุมมองและมิติที่ต่างกัน
ในบทความนี้จึงจะขอเสนอมุมมองอีกมุมมองหนึ่งในฐานะที่เป็นทั้งทหารที่เคยปฏิบัติงานในสนามและในฐานะนักวิทยาศาสตร์ตามคุณวุฒิการศึกษาที่ตนเองมี
โดยการมองปัญหาแต่ละด้านจึงสามารถมองได้ในลักษณะต่อไปนี้
2.1 ประเด็นในทางวิทยาศาสตร์ :
ปัจจุบันได้มีผู้เชี่ยวชาญหลายๆ ท่านได้ออกให้ข่าวสาร เป็นจำนวนมาก
และผู้บริโภคข่าวสารย่อมทราบดีและตอบตัวเองได้ว่าอุปกรณ์ GT 200 และ
อุปกรณ์ที่มีลักษณะคล้ายกันนั้นมีการทำงานอย่างไร
แต่ความสงสัยหรือคลางแคลงใจในสังคมจะหายไปได้ นั้นควรจะมีการทดสอบ
ตรวจสอบอย่างเป็นกระบวนการ
ซึ่งก็คงเป็นเรื่องของฝั่งผู้เชี่ยวชาญจะดำเนินการกันต่อไปว่าจะไปพิสูจน์กันยังไงต่อเพื่อสร้างการยอมรับกันในวงกว้าง
และรวมไปถึงการยอมรับจากทุกภาคส่วน
2.2
ประเด็นในการจัดซื้อและนำเข้าประจำการ :
ประเด็นนี้อาจจะมีผลมาจากรูปลักษณ์ภายนอก และวิธีการทำงาน ของอุปกรณ์ดังกล่าว
ทำให้เกิดคำถามตามมาว่า มีความคุ้มค่าต่อราคาหรือไม่ (Cost/Benefit)
ซึ่งตรงนี้วิธีการในการแก้ปัญหาสามารถกระทำได้คือ
การตรวจสอบไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบโดยหน่วยงานตรวจสอบของรัฐ (State Audit) หรือ
การตรวจสอบโดยประชาชน (People Audit)
ซึ่งก็คงต้องดำเนินการในลักษณะกระบวนการในการตรวจสอบเหมือนกัน
เรื่องนี้คงต้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการกันต่อไป
2.3
ประเด็นที่มีผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ :
สำหรับประเด็นนี้สามารถกล่าวได้ว่ามีความสัมพันธ์และสำคัญกับกำลังพลทหารที่ปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงภัย
และรวมไปถึงหน่วยงานอื่นๆ ที่นำเครื่องมือลักษณะเดียวกันไปใช้งาน
สาเหตุสำคัญของประเด็นนี้ต้องแยกให้มีความชัดเจนในการมองปัญหาว่า
เครื่องตรวจระเบิดที่มีลักษณะของแท่งดาวซิ่งนั้นได้ถูกนำมาใช้ประจำการโดยการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบของทางราชการ
(สันนิฐาน)
และที่สำคัญคือได้แจกจ่ายเครื่องมือดังกล่าวไปให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงภัยนำไปใช้งานมาระยะหนึ่งแล้ว
ไม่ใช่กำลังจะจัดหาเข้ามาใช้งานในกองทัพหรือผู้ใช้ไม่เคยใช้มาก่อนเลย
และที่สำคัญผู้ใช้จำนวนมากที่เคยใช้อุปกรณ์ดังกล่าวมีความรู้สึกว่าอุปกรณ์เหล่านี้สามารถใช้งานได้ดีระดับหนึ่งถึงแม้จะไม่ให้ผล
100% แต่ถ้าใช้งานร่วมกับเครื่องมืออื่นๆ
ก็จะทำให้มีความมั่นใจมากขึ้นในการปฏิบัติงาน
แต่กระแสข่าวในปัจจุบันได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน
รวมไปถึงการปฏิบัติทางยุทธวิธีที่มีอยู่เดิม
และที่สำคัญคือประเด็นปัญหานี้ยังไม่มีผู้ใดหรือกลุ่มใดมีแนวทางให้
หากกระแสเรื่องนี้เบาบางลงไป คำถามที่ตามมาคือ
ขวัญและกำลังใจของเจ้าหน้าที่จะมีผู้ใดสนใจหรือไม่และจะมีทางออกอย่างไร
เพราะการปฏิบัติการในสนามยังคงเป็นเรื่องที่ต้องปฏิบัติงานต่อไป 24 ชม. 7 วัน
ไม่มีวันหยุด
2.4
ประเด็นที่ใช้เป็นหลักฐานในทางนิติวิทยาศาสตร์ :
ประเด็นนี้ถือได้ว่าเป็นประเด็นที่อันตรายที่สุด เพราะหากเครื่องมือ GT200
ถูกนำมาใช้เป็นหลักฐานในชั้นการสอบสวนและชั้นศาล
แล้วจะเป็นเรื่องที่มีความอันตรายและกระทบต่อเรื่องต่างๆ อีกมากมาย คดีต่างๆ
ที่ได้รับการพิจารณาไปแล้วย่อมจะต้องถูกนำมาพิจารณากันใหม่
เพราะความไม่เที่ยงของเครื่องมือ GT200 ในทางวิทยาศาสตร์
ดังนั้นหากทุกท่านเปิดใจเป็นกลางมองปัญหาให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น
สังคมก็น่าจะมีทางออกที่ดี
เพราะเจ้าหน้าที่ที่ใช้ในสนามเขาไม่มีสิทธิเลือกว่าอาวุธยุทโธปกรณ์อะไรจะไปถึงมือเขา
และอาวุธยุทโธปกรณ์เหล่านั้นจะราคาเท่าไหร่ เขารู้เพียงแต่ว่าสิ่งต่างๆ
เหล่านี้ถูกจัดหามาและเขาเป็นผู้ใช้ เขาไม่มีทางเลือก
เพราะฉะนั้นกลุ่มที่ต่อต้านเครื่องมือ GT200 ไม่ควรจะไปประนาม ดูถูก และเหยียดหยาม
เจ้าหน้าที่เหล่านั้น เพราะเขาเหล่านั้นใช้มันทำงานจริงๆ
และก็เจอกับสิ่งต้องการหาจริงๆ เพียงแต่ไม่ 100% เท่านั้นเอง
ด้วยเหตุนี้เองทำให้หลายคนมีความพอใจกับเครื่องมือ GT200
และเขาไม่สนใจหรอกว่าจะเป็นวิทยาศาสตร์เพียงใด มีราคาแพงเพียงใด
ถ้ามั้นช่วยชีวิตเขาได้ก็น่าจะทำให้อุ่นใจบ้าง
นี่คือความคิดของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานที่ใช้เครื่อง GT200 จริง
เราคงนำความคิดที่เป็นวิทยาศาตร์ 100%
ไปยัดเยียดให้เขาคิดเหมือนกับนักวิทยาศาสตร์ไม่ได้
ประการถัดมาคือความเข้าใจในกระบวนการทำงานจริงในสนามว่าขั้นตอนการทำงานนั้นทำงานอย่างไร
หลายท่านอาจจะไม่เคยทราบแม้กระทั่งรูปแบบหน้าตาของระเบิด
หลายท่านอาจจะไม่ทราบถึงวิธีการประกอบระเบิด
หลายท่านอาจจะยังไม่เคยได้ยินเสียงระเบิด
และหลายท่านอาจจะยังไม่เคยเห็นผลจากการระเบิด ดังนั้นกระบวนการต่างๆ
ที่ผู้ใช้เครื่องมือดังกล่าวทำงานจริงเป็นสิ่งที่เรายังไม่ทราบว่าเขาทำงานกันอย่างไร
ระยะใกล้ใช้เครื่องมืออะไร ระยะไกลใช้อะไร
ดังนั้นกองทัพเองก็ต้องสร้างความเข้าใจให้กับผู้ที่สงสัยว่าเขาใช้เครื่องนั้นอย่างไร
เพื่อให้เราทุกคนวาดภาพการทำงานจริงได้นี้ได้
เพราะการทำงานในสนามย่อมมีความแตกต่างจากการทำงานในห้องเรียน ในบ้าน ในที่ทำงาน
หรือในห้องทดลอง และถ้าทุกคนที่วาดภาพความเข้าใจในการทำงานนี้ได้ และแยกประเด็นของ
ราคาของเครื่อง GT200 ออกจากความคิดได้
ก็จะเห็นได้ว่าทำไมเจ้าหน้าที่ถึงมีความพอใจในระดับหนึ่ง
เพราะต้องไม่ลืมว่าเจ้าหน้าที่เหล่านั้นได้รับจ่ายให้ใช้เครื่องมือไม่ได้เป็นผู้ที่จัดหาโดยตรง
ถ้าเขาใช้ทำงานตามกระบวนการแล้วปฏิบัติหน้าที่ได้ก็แสดงว่าเขาพอใจในเครื่องมือนั้นระดับหนึ่ง
เพราะฉะนั้นหากมองปัญหาในลักษณะด้านเดียว
และหากมองปัญหาในไปในทางที่ตั้งสมมตุฐานไว้ในใจแล้วว่า GT200 ทำงานไม่ได้เลย
ก็ย่อมไม่มีวันที่จะเข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่
วันนี้สังคมไทยอยากจะตรวจสอบผู้ที่คอร์รัปชั่นในด้านด้านต่างๆ
โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวพันกับการจัดหา GT200 ก็ควรที่จะหาทางดำเนินการในส่วนนั้น
ควรที่จะแยกแยะกับการใช้งานของเจ้าหน้าที่
เพราะเป็นคนละส่วนกันเจ้าหน้าที่คือผู้ทีปฏิบัติการในสนามความเครียดจากการเสี่ยงภัยในการปฏิบัติงานนั้นก็มีมากพออยู่แล้ว
เพราะฉะนั้นอย่าไปบั่นทอนความเชื่อมั่นในการปฏิบัติงานด้วยกระแสข่าว
แต่ควรที่จะดำเนินการอย่างเป็นกระบวนการเพื่อร่วมกันหาทางออกให้กับเจ้าหน้าที่
ประเด็นเหล่านี้คงไม่ได้เป็นประเด็นของกองทัพที่ต้องดูแลกันเอง
ผู้ที่เข้ามาส่งเสริมกระแสควรที่จะร่วมคิดและหาทางออกให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติเหล่านั้นด้วยนี่คือความรับผิดชอบในสังคม
3. ข้อเสนอแนะ
สิ่งที่สำคัญในวันนี้ในเรื่องของเครื่อง GT200 คงจะเป็นปัญหาไปอีกห้วงเวลาหนึ่ง
เพราะการยอมรับในประเด็นดังกล่าวในสังคมไทยยังคงไม่มีความลงตัว
การยอมรับจากผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคส่วนต่างๆ เป็นสิ่งที่สังคมกำลังถามหา
หากปล่อยไว้ในลักษณะนี้คงไม่เป็นผลดีกับทุกฝ่าย เพราะสังคมไทยยังไม่ได้คำตอบ
และที่สำคัญเจ้าหน้าที่ก็ยังคงปฏิบัติงานต่อไป ไม่สามารถหยุดได้
ซึ่งถ้าไม่มีแนวทางที่เกิดการยอมรับร่วมกันแล้วสิ่งต่างๆ
เหล่านี้คงวนเวียนอยู่ในสังคม และบั่นทอนทุกๆ ฝ่ายอย่างหลึกเลี่ยงไม่ได้
ดังนั้นแนวทางต่อไปนี้อาจจะช่วยให้เรื่องเหล่านี้มีทางออกได้บ้าง
ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องคงจะต้องร่วมกันพิจารณา โดยแนวทางดังกล่าวมีดังนี้
3.1
สร้างกระบวนการยอมรับในการตรวจสอบประสิทธิภาพ : ณ
วันนี้ทางออกที่สำคัญสำหรับทุกฝ่ายคือ
การสร้างกระบวนการที่สามารถยอมรับได้ทั้งสองฝ่ายคือ
กลุ่มที่มีความสงสัยในสมรรถนะทางทางวิทยาศาสตร์ กับกลุ่มผู้ใช้งาน
เพราะถ้าหากระบวนการที่ทั้งฝ่ายยอมรับและเข้าใจร่วมกัน
ผลที่ออกมาจากกระบวนการทดสอบจะมุ่งไปสู่การยอมรับจากทั้งสองฝ่าย
มากกว่าที่จะหันด้านของตนเองเข้าหากัน ซึ่งไม่มีวันจบเพราะ จะเป็นในลักษณะของ
คนวิจารณ์ไม่ได้ใช้งานจริงในสนาม แต่คนที่ใช้งานจริงในสนามกลับมีความพึงพอใจ
ฉะนั้นความสำคัญของกระบวนการทดสอบที่สามารถยอมรับได้ทั้งสองฝ่ายควรจะเป็นสิ่งที่สังคมต้องหาร่วมกันมากกว่าการพยามยามสร้างกระแสจนลืมข้อเท็จจริงในหลายๆ
ด้าน
3.2
สร้างความชัดเจนในการจัดซื้อจัดจัดจ้างเพื่อ :
จากความสงสัยของสังคมในกรณีเครื่อง GT200
เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่าถึงเวลาแล้วที่สังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกองทัพ
จะต้องสร้างความโปร่งใสให้เกิดขึ้นในการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์และควรให้ภาคส่วนที่สำคัญๆ
เข้ามามีส่วนร่วมในการศึกษาถึงความเหมาะสมและสมรรถนะ ราคา การส่งกำลังบำรุง และ
อีกหลายๆ ประเด็นที่จำเป็น
เพื่อการยอมรับและสร้างความมั่นใจและโปร่งใสในการนำภาษีประชาชนไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
แต่อย่างไรก็ตามต้องหากระบวนการที่ชัดเจนเพื่อป้องกันเข้ามาแทรกแซงของกลุ่มผลประโยชน์และกลุ่มพ่อค้าอาวุธ
ที่จะใช้โอกาสดังกล่าวเอื้อประโยชน์ให้แก่ฝ่ายตน และสำหรับกรณีการจัดซื้อเครื่อง
GT200
หากกองทัพพร้อมที่จะเปิดเผยให้ประชาชนรับทราบว่าการจัดหาเข้าประจำการนั้นมีอย่างไร
สังคมไทยคงมีความเข้าใจกับประเด็นดังกล่าวได้ดีมากขึ้น
3.3
ร่วมหากระบวนจัดการต่อการใช้เครื่องมือ GT200 :
วันนี้จะหลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในสนาม
ทุกภาคส่วนที่เข้ามาร่วมในกระแสเครื่อง GT200
ควรร่วมกันหาทางออกให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ที่ปฏิบัติงาน
มากกว่าจะบอกให้ยกเลิกใช้ในทันที่
เพราะผู้ใช้งานหลายคนที่ใช้แล้วสามารถนำไปปฏิบัติงานได้ผลระดับหนึ่ง
เจ้าหน้าที่เหล่านี้ก็ยังคงเสี่ยงภัยจากการปฏิบัติงาน หลายท่านอาจจะกล่าวอย่างง่ายๆ
ว่าก็ไม่ต้องใช้เครื่องมือ หรือใช้เหรียญบาทโยนแล้วเลือกหัวก้อย หรือ
เอาไม้ล้างป่าช้ามาแทน คำพูดเหล่านี้เป็นวาทะกรรมที่ง่ายไปและขาดความรับผิดชอบ
เพราะท่านจะพูดอะไรก็ได้แต่ในทางปฏิบัติจะทำอย่างไรที่เป็นรูปธรรม
สิ่งเหล่านี้ถ้าท่านต้องการช่วยเจ้าหน้าที่จริงมากกว่าการเข้าไปโลดแล่นในกระแสแล้ว
คิดว่าปัญหาในการปฏิบัติงานจากเครื่อง GT200 อาจจะได้รับการแก้ไข
โดยไม่บั่นทอนขวัญและกำลังใจเจ้าที่ที่ต้องปฏิบัติงานในสนาม
ขอให้คิดให้ครบกระบวนการในทุมิติด้วย
3.4
หาแนวทางในการจัดการต่อผลกระทบทางนิติวิทยาศาสตร์ที่ใช้การอ้างอิงจาก เครื่อง GT200
: จากกระแสที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนั้นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
คือผลกระทบที่เกิดจากใช้ GT200 อ้างอิงในคดี ต่างๆ ทั้งที่ตัดสินคดีไปแล้ว
หรือคดีที่กำลังอยู่ในกระบวนการ และรวมไปถึง
แนวทางในการดำเนินการสืบสวนต่อไปในอนาคต ว่าจะต้องเป็นอย่างไร ดำเนินการอย่างไร และ
จะเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างไร
เรื่องเหล่านี้เป็นปัญหาที่ใหญ่และครอบคลุมไปกับภาคส่วนต่างๆ ในหลายด้าน
หากภาครัฐไม่เตรียมการณ์ไว้ ปัญหาเหล่านี้จะกลายมาเป็นบูมเบอร์แลงค์
4. บทสรุป
การหาคำตอบให้กับเรื่องของเครื่อง
GT200 ยังคงเป็นปัญหาที่หลายฝ่ายยังมีมุมมองของตนเองเป็นที่ตั้ง
หาเปิดใจรับฟังเหตุผลของแต่ละฝ่าย ประเด็นนี้คงจะมีทางออกที่ชัดเจน
และเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น การนำทัศนคติ
และสมมุติฐานที่อาจจะปราศจากความเข้าใจในแต่ละด้านของปัญหาย่อมนำไปสู่ความขัดแย้งในที่สุด
และสุดท้ายแล้วปัญหาก็ยังตกไปสู่ผู้ที่ต้องปฏิบัติงานจริงๆ
เพราะเมื่อใดที่กระแสเหล่านี้หายไปจากสังคมไทยไม่ว่าจะลงเอยอย่างไร
ผู้ที่ได้รับผลกระทบตรงๆ คือเจ้าหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติงานอยู่อย่างต่อเนื่อง
ตลอดเวลา
หลายท่านที่กระโดดเข้ามาเล่นในกระแสไม่นานท่านก็จากไปพร้อมกับทิ้งปัญหาไว้ให้
บางท่านอาจจะบอกว่ากองทัพสร้างปัญหาเองให้แก้เอง
คำถามคงต้องตั้งกลับไปว่าท่านสนุกไปกับกระแสหรือท่านหาทางออกให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบบ้าง
สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ท้าทายสังคมไทยว่าเราร่วมกันรับผิดชอบกันอย่างไรกับกระแสที่เกิดขึ้น
และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกระแสก็ยังคงทำงานกันต่อไป ทุกคนอยากกลับบ้านไปหาคนที่รัก
อย่าให้พฤติกรรมเหมือนกับการนั่งเชียร์มวยตู้
เพราะหลังชกเสร็จแล้วนักมวยจะเป็นอย่างไรไม่มีใครสนใจ ช่วยดูแลนักมวยด้วย
สำหรับกองทัพเองถือได้ว่ากระแสครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่กองทัพจะต้องมีความชัดเจน
โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ ว่าอาวุธยุทโธปกรณ์
ที่จัดหามาแต่ละชิ้นนั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร เหมาะสมหรือไม่ ทั้งราคา สมรรถนะ
ขีดความสามารถ เพื่อสร้างเป็นบรรทัดฐานในการยอมรับ ทั้งผู้ใช้งานคือทหาร
และประชาชนผู้เสียภาษี การดำเนินการต่างๆ ในวันนี้ไม่ว่าหน่วยงานใดในกองทัพ
และจากภาคอื่นก็คงต้องมองปัญหาในทุกมิติให้ครอบคลุม
เพราะการตรวจสอบจากภาคประชาชนจะหลายมาเป็นสิ่งใหม่ที่จะต้องเผชิญทุกย่างก้าว
นี่คือความสลับซับซ้อนของสังคมที่มีมากขึ้นกว่าในอดีต
|