Tortaharn.net

Sunday, 21 December 2014

รายการ
หน้าแรก
ความฝันอันสูงสุด
วัตถุประสงค์
บทความ
ประวัติศาสตร์ทหาร
หนังสือ
รู้จักทอทหาร
Facebook (Tortaharn)
Facebook (Dr.Teeranan)
ทอทหาร Twitter
ติดต่อทอทหาร
เชื่อมโยง
ค้นหา
สมุดเยี่ยม
เพื่อนบ้านน่าสนใจ
Guru-ICT.com
ทหารดอทเน็ต
ตท.26/จปร.37
ประชาสรรค์
อานันท์
เวบมาสเตอร์
แก้ไขระบบ
บุคคลออนไลน์
ขณะนี้มี 25 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
เข้าสู่ระบบ
ชื่อผู้ใช้

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อกอิน
ลืมรหัสผ่าน?
ยังไม่ได้ลงทะเบียน? ลงทะเบียนใหม่
ปฏิทิน
« มีนาคม 2012 »
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
    123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
             
เวลาปัจจุบัน
สถิติ
จำนวนสมาชิก : 24197
จำนวนข่าวสาร : 210
เว็บลิงค์: 21
ผู้เยี่ยมชม: 10125386
Syndicate
ความมั่นคงศึกษา - เรื่อง สบาย สบาย แต่หนักหัวใจกับปัญหาชายแดนภาคใต้ PDF พิมพ์ ส่งเมล
แก้ไขโดย ทอทหาร   
วันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2555

< Download ฉบับ PDF >


 

          เมื่อวาน 11 ก.พ.55 ผมได้มีโอกาสไปเป็นวิทยากรในการเสวนาวงปิด ของ ศูนย์ข่าวภาคใต้สำนักข่าวอิศรา เรื่อง "ชายแดนใต้ในกระแสการเปลี่ยนแปลง...ประชาคมอาเซียน 'โอกาส'หรือ 'วิกฤติ'" ที่ โรงแรมซี.เอส.ปัตตานี ผู้เข้าร่วมเป็นนักศึกษาและนักเรียนปอเนาะชั้นสูง (เทียบเท่านักเรียน ม.5 ม.6 ของโรงเรียนไทย) รวมแล้ว 30 คน ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี, มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา, โรงเรียนประทีปวิทยา (โรงเรียนปอเนาะ หรือโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม) ตอนแรกที่ได้รับการติดต่อจาก คุณ ปกรณ์ พึ่งเนตร บรรณาธิการข่าว ศูนย์ข่าวภาคใต้ สำนักข่าวอิศรา ก็งงเหมือนกันครับว่า นักศึกษากับนักเรียนปอเนาะชั้นสูง จะมีความสนใจในเรืองของประชาคมอาเซียนด้วย แต่ไม่ว่าจะอย่างไรผมรีบตอบรับทันที

          เมื่อมาที่โรงแรมช่วงเช้าด้วยความที่ผมเป็นทหาร มียศนำหน้า นั้นผู้เข้าร่วมเสวนาก็มีคำถามกับผู้จัดงานว่าวิทยากรวันนี้ที่มาเป็นทหารหรือ ทางผู้ที่รับลงทะเบียนได้เล่าให้ให้ฟังว่า หลายคนทำหน้าแปลกๆ ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริงเมื่อช่วงเช้า ตอนเริ่มบรรยายใหม่ๆ นั้นหลายคนมองผมด้วยแวตาที่ไม่ไว้ใจ แต่เมื่อเวลาผ่านไปถึงช่วงเวลาซักถามนั้นก็เริ่มที่จะมีผู้ซักถาม เมื่อพูดคุยกันได้สักพัก สิ่งที่ผมเห็นและรู้สึกได้คือ ความสนใจในการที่จะเตรียมตัวเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน

          คำถามที่ผมเจอส่วนใหญ่นั้นเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการเป็นประชาคมอาเซียนจะมีผลกระทบกับเขาอย่างไร เขาต้องทำอย่างไร เตรียมตัวอย่างไร ถึงจะได้ใช้โอกาสในอาเซียน แทนที่จะปล่อยให้เป็นไปตามมีตามเกิดและกลายเป็นวิกฤตไป บางคนถามถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ว่าจะยังคงมีต่อไปหรือไม่หากเกิดประชาคมอาเซียนขึ้นแล้ว

          หลังจากภาคเช้าเสร็จทางผู้จัดได้พามาทานข้าวที่ร้านครูเจน ซึ่งเป็นร้านอาหารที่ได้รับความนิยมมากใน อ.เมืองปัตตานี เป็นร้านที่ทั้งมุสลิม และพุทธ สามารถไปนั่งทานได้อย่างไม่รู้สึกอะไร ทางน้องๆ นักข่าวที่นั่นบอกว่า ร้านครูเจน เริ่มต้นจากการเช่าร้านตรงข้าม โรงแรมซีเอสปัตตานี ผ่านมา 2 ปี ตอนนี้ซื้อตึกที่เช่าเอง และปรับปรุงอย่างดี มีห้องประชุมด้วย อาหารที่คนส่วนใหญ่สั่งทานคือ ก๋วยเตี๋ยวเรือ

          เมื่อเริ่มคุ้นเคยกันถึงเวลาทานข้าวก็ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันมาขึ้น สิ่งที่เริ่มค้นพบคือ การเริ่มพูดถึงปัญหาความเป็นอยู่ ปากท้อง ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการที่แท้จริงที่อยากจะมีคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่ได้มีความต้องการให้มีความรุนแรงเกิดขึ้นในพื้นที่ที่เขาอยู่ แต่สิ่งหนึ่งทีผมคิดว่าเป็นปมสำคัญที่สะท้อนถึงปัญหาปากท้องนั่นคือ การเริ่มต้นชีวิตหลังจากเรียนจบ นั้นเงินเดือนที่มีอยู่นั้นไม่สามารถที่จะทำให้ดำรงชีพอยู่ได้เพราะสังคมตรงนั้นเมื่อเรียนจบจะเริ่มแต่งงานมีครอบครัว และการมีครอบครัวนั้นเป็นภาระที่ต้องแบกรับ

          นอกจากนี้ยังได้เล่าถึง หากชาวบ้านมีคุณภาพชีวิตที่ไม่ดี และยอมจำนนกับการใช้ชีวิต เขาจะเข้าหาศาสนา และมีคนใช้ศาสนาชักจูงโดย สร้างความเชื่อที่ว่า ชาตินี้เราจนเพราะ พ่อแม่เราจน ปู่ย่าตายายเราจน เราจึงต้องจนต่อไป ตามพระประสงค์ของพระเจ้า เพราะฉะนั้นเขาก็ต้องเลือกว่าจะมีความสุขสบายในชาติหน้า หรือจะอยู่อย่างจนในชาตินี้ สิ่งที่น้องๆ ที่เล่ามาให้ฟังนั้นผมทำให้ผมคิดว่าเป็นการสะท้อนสิ่งที่อยู่ใจและเป็นปัญหาที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

          ระหว่างการพูดคุยผมได้ขายแนวความคิดไปเรื่องการยกระดับคุณภาพชีวิตโดยใช้เทคโนโลยี โดยการธุรกิจออนไลน์ นำสินค้าที่มีในจังหวัดมาทำ เพราะมีสิ่งที่มีค่ามากมายในชุมชนที่เขาอยู่ สามารถนำมาสร้างมูลค่าเพิ่มได้ ผมได้มีโอกาสถามนักเรียนปอเนาะชั้นสูง ว่าเขาเล่นอินเตอร์เนตบ้างหรือไม่ หลายคนเล่น และผมยังพูดทีเล่นทีจริงว่า มี chat กับสาวๆ บ้างไหม หลายคนอมยิ้ม แสดงว่าเขามีการ chat กับสาวๆ ทำให้ผมทราบว่าเยาวชนหลายคนนั้นมีความเป็นวัยรุ่นเหมือนที่อื่นๆ ความเป็นสังคมเมืองได้คืบคลานเข้าไปในชุมชนเขา แต่แนวความคิดที่จะใช้ความรุนแรงที่อยู่ในสังคมตรงนั้นครอบงำ และยึดโยงอิสระต่างๆ ในวัยเด็กตรงนั้นไว้

          เมื่อได้พูดถึงการช่วยเหลือจากรัฐและเจ้าหน้าที่รัฐ ก็กล่าวกันว่า การช่วยเหลือนั้นทำในลักษณะสักแต่ว่าทำ เพราะไม่เคยสนใจถึงความต้องการที่แท้จริงในชุมชน มีคำพูดที่พูดกันเล่นๆ ในวงรับประทานอาหารว่า งบประมาณที่ให้มานั้นไปลงกับไก่หมด คนไม่ได้ และยังเล่ากันเล่นๆ ว่า “ขอปลาได้ไก่ ขอไก่ได้วัว” คำพูดที่ออกมาเหล่านี้เป็นคำพูดที่สะท้อนถึงความรู้สึกที่อยู่ข้างในได้อย่างชัดเจนว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐนั้นก็ทำเพียงแต่เขียนโครงการของบประมาณขึ้นไป โดยไม่ได้สนใจว่าความต้องการในชุมชนนั้นๆ ที่แท้จริงคืออะไร

          ผมได้พูดคุยถึงยาเสพติดในพื้นที่นั้น มีการเล่ากันว่าสิ่งที่เป็นที่นิยมกันคือ ใบกระท่อม และกัญชา ส่วนอื่นๆ ที่จะมีคือยาบ้า และยาไอซ์ นักข่าวในพื้นที่เล่าให้ฟังว่ามีเด็กอายุ 4 ขวบที่นั้นสามารถทำแก้วเสพยาไอซ์ได้

          การพูดคุยนั้นผมได้มีโอกาสพูดถึงขบวนการที่ก่อการโดยใช้ความรุนแรงในพื้นที่ ผมถามเขาว่าคิดว่ามีจริงหรือไม่ โดยถามเป็นคำพูดเล่นๆ ว่า หมู่บ้านหนึ่งมีความเชื่อว่ามีกลุ่มยักษ์กินคน แต่เรายังไม่เคยเห็นหัวหน้ายักษ์ เราเคยเห็นแต่เหยื่อของยักษ์ กับยักษ์ตัวเล็กๆ เป็นไปได้หรือไม่ว่าไม่มีหัวหน้ายักษ์จริง ก็มีการตอบว่ามีแต่ว่าหัวหน้ายักษ์ยังแรงไม่พอ ผมเลยพูดเล่นๆ ว่า หัวหน้ายักษ์อาจจะไม่มีก็ได้ แต่มีการสร้างความเชื่อว่ามีหัวหน้ายักษ์ และขอเงินมาปราบหัวหน้ายักษ์กัน และ ที่สำคัญกลุ่มคนนอกหมู่บ้านจากที่อื่นหาเงินมาช่วยสร้างเรื่องให้หัวหน้ายักษ์มีจริง เราก็หัวเราะกัน

          เมื่อทานอาหารเสร็จ น้องๆ แยกไปละหมาด ส่วนผมกับคุณปกรณ์ฯ ไปรอในห้อง เพื่อรอการพูดคุยในตอนบ่าย ซึ่งแผนเดิมนั้นคุณปกรณ์ฯ วางไว้ว่าจะเป็นการพูดคุยเรื่องข่าว น้องๆ ก็ถามกันถึงช่องทางการนำเสนอข่าวหรือความคิดเห็นจากน้องๆ ที่อยู่ในพื้นที่ พอคุยกันเรื่องข่าวไม่นานก็วกกลับมาคุยกันเรื่องอาเซียนอีก

          คราวนี้ก็คุยกันถึงเรื่องการศึกษา ผมได้เล่าถึง 8 สาขาอาชีพที่เมื่อเราเข้าเป็นประชาคมอาเซียนแล้วผู้ที่จบการศึกษาสามารถไปสมัครงานที่ไหนก็ได้ในประเทศสมาชิก 10 ประเทศ ซึ่งประกอบไปด้วย วิศวกรรม การสำรวจ สถาปัตยกรรม แพทย์ ทันต์แพทย์ พยาบาล บัญชี และ การบริการและการท่องเที่ยว ผมได้มีโอกาสเล่าให้ฟังว่าความจริง หากน้องๆ ที่สำเร็จการศึกษาจาก รร.ปอเนาะ แล้วหรือยังไม่สำเร็จก็ตาม น้องๆ สามารถได้คุณวุฒิ ม.6 ได้ด้วยการสอบ GED (General Educational Development) และ IGCSE (International General Certificate of Secondary Education) แต่ต้องมีความรู้ภาษาอังกฤษที่ดี และสามารถเตรียมแนวการสอบได้ที่บ้านไม่ต้องไปนั่งเรียน เมื่อสอบผ่านแล้วจะสามารถใช้สมัครสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้เลย

          นอกเหนือจากการเข้าสู่ระบบสายสามัญแล้ว ทุกคนยังมีโอกาสที่จะมีรายได้ที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตโดยที่ไม่ต้องรอให้จบการศึกษาปริญญาตรี โดยการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาสร้างธุรกิจออนไลน์ ผมยกตัวอย่างของเศรษฐีสมัยใหม่หลายคนที่ไม่ได้จบการศึกษาระดับปริญญาตรี หลายคนก็ให้ความสนใจ ผมเลยบอกไปว่าจะลองพูดคุยกับหลายคนเพื่อที่จะหาคอมพิวเตอร์ พร้อมๆ กับลงมาให้ความรู้ต่างๆ อีกทั้งยังเป็นพี่เลี้ยงช่วยสร้างธรุกิจออนไลน์ให้ โดยใช้สินค้าจากท้องถิ่นที่มีของตัวเอง และสิ่งที่น้องๆ เหล่านั้นมีความสามารถ หลังจากการเสวนาเสร็จก็มีการถ่ายรูปร่วมกัน ซึ่งตอนแรกๆ ผมก็ไม่กล้าที่จะถ่ายรูปน้องๆ เค้าเพราะกลัวว่าเขาจะไม่ไว้ใจ

ถ่ายภาพร่วมกันหลังการเสวนา

          หลังจากการเสวนาก็ได้พูดคุยกับน้องๆ นักข่าว และคุณปกรณ์ ถึงสถานการณ์ต่างๆ ในภาคใต้ และชวนกันไปนั่งทานอะไรข้างถนนเจริญประดิษฐ์ น้องๆ พาผมไปที่ร้านประจำของวัยรุ่นไทย-มุสลิม ที่ชื่อ “เบอร์เกอร์ควีน” ระหว่างนั่งเมนูกัน น้องนักข่าวพูดขึ้นมาว่า อาจารย์เนื้อกระต่ายกับ เนื้อแพะเหล่านี้นำเข้ามาจากมาเลเซีย หากเรารวมเป็นประชาคมอาเซียนเราน่าจะเลี้ยงและส่งกลับไปขายที่มาเลเซียบ้างนะคะ ผมเลยพูดเล่นกลับไปว่าคงยาก เพราะรัฐเราส่งเสริมแต่เลี้ยงไก่ เราก็เลยหัวเราะกัน แต่เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่ารัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐเราไม่เคยเข้าใจรูปแบบการดำเนินชีวิตและการดำเนินชีวิตที่แท้จริงของคนที่อยู่ในพื้นที่เลย เพราะร้านเบอร์เกอร์ที่ผมไปนั่งที่ ถนนเจริญประดิษฐ์ นั้นไม่ได้มีร้านเดียว แต่มีหลายร้าน

          ที่ร้าน เบอร์เกอร์ควีน ผมสั่งเบอร์เกอร์เนื้อ-แพะ และได้ทานกะโป๊ะ (ข้าวเกรียบปลาหั่นเป็นชิ้นๆ แล้วทอด) ระหว่างทานเบอร์เกอร์กัน เราคุยกันหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นของที่วางขาย สิ่งที่พูดกันคือ เสื้อผ้าผู้หญิงมีหลายร้านที่นำเข้ามาจากอินโดนีเซีย นำมาขายราคาค่อนข้างสูง ผู้หญิงนิยมซื้อกันมาก อย่างผ้าคลุมผมบางผืนราคาเป็นพัน ก็ยังมีคนนิยมซื้อกันเป็นจำนวนมาก คุณปกรณ์ฯ ก็คุยเสริมขึ้นมาว่าความจริงแล้ววิถีชีวิตและเศรษฐกิจชุมชนในปัตตานี นั้นไม่ได้มีอะไรที่น่าเป็นห่วงเลยเพราะมีการจับจ่ายใช้สอยกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งผมก็รู้สึกได้อย่างนั้นเหมือนกัน เพราะผมนั่งมองไป ตามถนนพบแต่รถยนต์รุ่นใหม่ๆ หลายๆ คันป้ายแดง และมีน้องๆ ทั้งผู้หญิง ผู้ชาย ขี่รถเครื่อง เต็มถนน บ้างก็แวะทานอาหาร บ้างก็แวะจับจ่ายซื้อของ

          สิ่งที่ผมเห็นแล้วผมก็นึกย้อนไปว่าเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านนั้นเพิ่งมีระเบิดที่บริเวณหน้าสาธารณะสุข อ.เมือง ปัตตานีที่มีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บหลายราย ช่างเป็นอะไรที่ขัดแย้งกับวิถีชีวิตของคนในเมืองปัตตานีเสียเหลือเกิน ในอ.เมืองปัตตานี เป็นลักษณะเป็นเมือง มีร้านอินเตอร์เน็ต มีร้านสะดวกซื้อ อย่าง 7/11 มีร้านซุปเปอร์สโตร์อย่างบิ๊กซี น้องๆ นักข่าวยังคุยถึงวิถีชีวิตให้ฟังอีกว่า เด็กๆ สมัยใหม่ไม่ค่อยเข้าตลาดสด แต่เข้าซื้อของที่ 7/11 และจ่ายกับข้าวที่บิ๊กซี มีแต่คนช่วงอายุอาจารย์ขึ้นไปที่เข้าจ่ายกับข้าวที่ตลาดสด ทำให้ผมนึกเลยต่อไปว่านี่หรือคือเมืองที่มีกลุ่มคนที่ต้องการแบ่งแยกดินแดน

          เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ระเบิดผมก็ถามว่า ถนนเจริญประดิษฐ์ที่นั่งอยู่นี้มีระเบิดกับเขาบ้างไหม น้องๆ บอกว่าไม่ เลยถามต่อว่าทำไมล่ะ คำตอบที่ได้คือ คงจะหลบหนียาก ผมเลยมองไปที่ลักษณะภูมิประเทศก็เห็นว่าถนนเป็นเส้นตรงยาวลากผ่านชุมชน การหลบหนีคงยากเพราะไม่ค่อยมีตรอกซอกซอยเท่าไหร่ ผมเลยถามต่อไปว่า ถ้าเกิดเหตุระเบิดขึ้นชาวบ้านจะทำยังไง คำตอบก็คือทุกคนจะหลบเข้าบ้าน หรือหลีกทางให้ผู้ก่อการหนีไป เมื่อผู้ก่อการหนีไปแล้วก็จะวิ่งไปดูที่เกิดกัน ผมถามว่าแล้วไม่ช่วยกันจับหรือ คำตอบคือไม่ เพราะทุกคนกลัวผลที่เกิดขึ้นตาม ซึ่งผมก็คิดว่าชาวบ้านเหล่านั้นคิดถูกแล้วเพราะ ไม่มีทางที่เจ้าหน้าที่ของรัฐจะสามารถคุ้มครองให้ชาวบ้านเหล่านั้นปลอดภัยได้ตลอดเวลา สภาพทุกวันนี้ก็อยู่กันด้วยความหวาดกลัวสิ่งทีมองไม่เห็น หลังจากทานเบอร์เกอร์เสร็จก็เดินทางกลับกันน้องๆ เขาขับรถมาส่งผมกับคุณปกรณ์ฯ ที่สนามบินหาดใหญ่

          การเดินทางไปเสวนาครั้งนี้ผมต้องขอบคุณทางสำนักข่าวอิสรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณปกรณ์ฯ บก.ข่าว และน้องๆ นักข่าวทุกคนที่ได้ให้การต้อนรับผมเป็นอย่างดี พาผมไปสัมผัสสิ่งที่ผมไม่มีโอกาสจะได้สัมผัสได้ด้วยตัวเอง เพราะผมเป็นทหาร การเข้าพื้นที่ไปส่วนใหญ่ก็จะเข้าไปในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐมารับและนำเข้าพื้นที่ สิงที่ผมได้รับจึงมีความแตกต่างกันมากและไม่มีทางเหมือนกัน เพราะผมได้รับความรู้สึกไว้เนื้อเชื่อใจมากขึ้น และได้รับรู้ถึงสิ่งต่างๆ ที่ชาวบ้าน และชุมชนเหล่านั้นต้องการจริง

          นี่คือสาเหตุที่ผมต้องมาเขียนบทความเพื่อเล่าเรื่องและถ่ายทอดความรู้สึก ของคนที่อยู่ในพื้นที่มาเล่าสู่กันฟังว่า เขาเหล่านั้นคงไม่ได้ต้องการแบ่งแยกดินแดนจากที่สัมผัสในวิถีชีวิต แต่ความต้องการที่แท้จริงของเขา คือคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น คุณภาพชีวิตของคนหนึ่งคน หรือครอบครัวๆ หนึ่ง ซึ่งวันนี้รัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ยังไม่สามารถสร้างความมั่นใจให้กับเขาได้ว่าเขาจะปลอดภัยจากความรุนแรง เขาจะปลอดภัยจากสิ่งที่มองไม่เห็นมาข่มขู่เขา อีกทั้งรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ก็ยังไม่มีความเข้าใจในความต้องการที่แท้จริงของเขาเหล่านั้นในชุมชน และที่สำคัญ ผมไม่อยากให้คนไทยคนอื่นๆ ที่อยู่ที่อื่นๆ ลืมไปว่า ณ ที่แห่งหนึ่งในประเทศไทย ยังมีเพื่อร่วมชาติของเราอีกหลายคนประสพปัญหาความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน อยู่กันด้วยความหวาดกลัวกันอย่างลึกๆ ว่าเขาอาจจะเป็นเหยื่อของสิ่งที่มองไม่เห็นเข้าสักวัน และเขาต้องการความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมชาติที่เหลือ

          ซึ่งหากเราหลายๆ คนยังเพิกเฉยกับเรื่องเหล่านี้ต่อไป เขาเหล่านั้นที่มีปัญหาอาจจะยอมจำนนในชาติปัจจุบัน และเลือกที่จะมีความสุขในชาติหน้า ตามความเชื่อที่ผิดๆ ที่ถ่ายทอดโดยผู้ที่ต้องการให้เกิดความวุ่นวายเสียหาย เราจะเสียใจกันมากกว่ากว่านี้ เพราะกำลังจะเสียเขาเหล่านั้นไป ความจริงแล้วเรื่องของภาคใต้นั้น “ไม่มีเขา ไม่มีเรา มีแต่เราคนไทย” ผมพูดไว้แล้วว่า เราชอบคิดว่า “เราอยากให้เขาเป็นอย่างเรา แต่เขาอยากเป็นอย่างเขา” เพราะนั้นการจะแก้ไขปัญหาก็ไม่มีอะไรนอกจาก “ให้เขาเป็นอย่างเขา แต่เราคือคนไทยด้วยกัน”

          สุดท้ายก่อนจะจบ ทุกคนคือคนไทย หลายคนมีดีบ้างเลวบ้างปะปนกันไป เมื่อใดก็ตามแล้วเรายังไม่มองว่าเขาคือคนไทยเหมือนกันเขาก็ไม่มีวันที่จะเป็นคนไทย ยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหานั้นไม่มีอะไรที่เกินไปจากกระแสพระราชดำรัส ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ว่า“เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” แต่หลายคนกลับท่องเป็นนกแก้ว นกขุนทอง ทำโดยไม่รู้ว่าความต้องการที่แท้จริงของคนที่อยู่ตรงนั้นแล้วว่าคืออะไร และหากเรายังไม่ปรับเปลี่ยนวิธีคิด เราย่อมที่จะไม่จะมีวัน “Winning hearts and minds!!” และเราก็จะสูญเสียทุกๆ อย่างไปในที่สุด ความรุนแรงแก้ปัญหาไม่ได้แต่ใจที่เข้าใจกันต่างหากที่แก้ไขปัญหาได้ …………………เอวังครับ

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( วันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2555 )
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
| Tortaharn.net | Powered by Mambopixel.com |